วันอังคารที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2554

ข่าวดาราศาสตร์ : 24 กันยานี้ รอชิ้นส่วนดาวเทียมของพี่ซ่า โหม่งโลก !!!

กรี๊ด ๆ ๆ ๆ ไม่ได้เห่อบอยแบนด์เกาหลีนะ แต่อิชั้นกำลังอึ้ง ทึ่ง เสียวกับข่าวนี้ตังหากฮ่า

ข่าวจากสมาคม ดาราศาสตร์ของไทย แจ้งว่า ในวันที่ 24 กันยายน 2554 นี้ ดาวเทียมเก่าอายุ 20 ปีและหนักกว่า 5 ตันของนาซาได้หลุดจากวงโคจรและจะหล่นสู่โลก ในบริเวณที่มีประชากรอาศัยอยู่ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์จะระบุตำแหน่งที่แน่ชัดก่อนดาวเทียมพุ่งเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ 2 ชั่วโมงเท่านั้น (แอร๊ย..) แต่องค์การอวกาศสหรัฐฯ ยืนยัน และมั่นใจแว่..โอกาสเกิดอันตรายต่อคนบนโลกมีเพียง 1 ใน 3,200 เท่านั้นเองฮ่ะ


     
ทั้งนี้ ดาวเทียมศึกษาบรรยากาศชั้นบนยูเออาร์เอส (UARS: Upper Atmosphere Research Satellite) ขององค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐฯ (นาซา) ซึ่งมีอายุ 20 ปี มีขนาด 4.5 x 11 เมตร และหนักถึง 5.7 ตันได้ถูกนำไปปล่อยไว้ ตั้งแม่เมื่อเดือนกันยายน 2534 โดยบรรทุกไปกับกระสวยอวกาศดิสคัฟเวอรี โดยมีภารกิจคือ การสำรวจบรรยากาศชั้นสตราโตสเฟียร์ ดาวเทียมทำงานอยู่ในวงโคจรรอบโลกที่ความสูงประมาณ 580 กิโลเมตร หลังจากสิ้นสุดภารกิจแล้ว ปลายปี 2548 นาซาได้ใช้เชื้อเพลิงที่เหลืออยู่บนดาวเทียม ดึงดาวเทียมลงมาที่วงโคจร 360 × 510 กิโลเมตร เหนือผิวโลก เพื่อปล่อยให้ค่อย ๆ ตกลงมาด้วยแรงต้านจากชั้นบรรยากาศ และจะหลุดจากวงโคจรและหล่นสู่พื้นโลกราวๆ วันที่ 24 ก.ย.54 ตามคาดการ์ณของนาซา โดยพื้นโลกที่ดาวเทียมจะตกลงมานั้นอยู่ระหว่าง 57 องศาเหนือและ 57 องศาใต้ของเส้นศูนย์สูตร ซึ่งเป็นบริเวณที่มีประชากรอาศัยอยู่ (ตรงไหนฟระ)



     
อย่างไรก็ดี ดาวเทียมดังกล่าวจะเผาไหม้และแตกสลายไปมากแล้วก่อนตกสู่พื้นโลก ซึ่งตามรายงานของบีบีซีนิวส์นักวิทยาศาสตร์คาดว่าจะมีชิ้นส่วนจากดาวเทียมดังกล่าว 26 ชิ้นตกสู่พื้นโลก และตกกระจายกินพื้นที่กว้าง 400-500 กิโลเมตร ซึ่งทางนาซาเผยว่านักวิทยาศาสตร์สามารถคำนวณตำแหน่งที่ซากดาวเทียมจะตกได้ล่วงหน้าเพียง 2 ชั่วโมงก่อนดาวเทียมเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ
     
ดาวเทียมดังกล่าวมีโอกาสทำอันตรายประชาชนถึง 1 ใน 3,200 ซึ่งสูงกว่าขีดกำจัดที่นาซากำหนดไว้คือ 1 ใน 10,000 แต่นาซาแจงต่อสื่อมวลชนว่าไม่มีใครที่ได้รับบาดเจ็บจากวัตถุอวกาศที่ตกกลับสู่พื้นโลก นอกจากนี้ประชาชนทั่วไปยังไม่สามารถเก็บชิ้นส่วนดาวเทียมที่ตกลงมาไว้เป็นสมบัติส่วนตัวหรือแม้แต่ประมูลขายผ่านทางเว็บไซต์อีเบย์ (eBay) เนื่องจากเศษซากเหล่านั้นยังคงเป็นสมบัติของรัฐบาลสหรัฐฯ
   


ชิ้นส่วนจรวดชิ้นหนึ่งของนาซา ผ่านบรรยากาศโลกมาตกใกล้กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2548 มีขนาด 1×2 เมตร เป็นโลหะไทเทเนียม หนัก 50 กิโลกรัม ชิ้นส่วนจรวดชนิดเดียวกันนี้ นอกจากประเทศไทย เคยมีรายงานตกที่ซาอุดีอาระเบีย อาร์เจนตินา และอุรุกวัย (ภาพ - The Orbital Debris Quarterly News, Volume 9, Issue 2, April 2005)


แหม..จะเป็นของใครหนูก็ไม่สนหรอกฮ้า ก็ได้แต่หวังว่าคงจะไม่มีตาสีชาวบ้านธรรมดาโดนชิ้นส่วนของดาวเทียมดวงนี้ตกใส่หัวเข้าเท่านั้นเอ๊ง.. ถึงจะแอบหวังภาวนาให้มันตกโหม่งหัวคนโกงชาติโกงแผ่นดินมั่งสักชิ้นสองชั้นก็ยังดีก็เหอะ

เอ๊า..คุงพรี๊..น้องลืมไปว่าบล้อกนี้ปลอดการเมืองอ่ะ 5555+..






ขอบคุณที่มา manageronline