วันเสาร์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2555

ข่าวสุขภาพ : ชีวิตรสซ่า กับสารก่อมะเร็งรสแซ่บบบ..

.
.


ไอ้เรื่องหมกเม็ด โดยเอาชีวิตผู้บริโภคทั่วโลกมาเสี่ยงนี่ เห็นทีจะเป็นคุณสมบัติพิเศษของบรรดาผู้ค้า ผู้ผลิต ผู้ขาย รายใหญ่ ๆ ของโลกเลยมั๊งเนี่ย

อ่ะ..วันนี้มีข่าวไม่ค่อยจะฮา..(แต่อาจจะตายห้ากันถ้วนหน้าสำหรับคนที่รักชีัวิตรสซ่าทั้งหลายแหล่) มาฝากกันอีกแล้วฮ่ะท่านผู้ชม

สำนักข่าวต่างประเทศได้เปิดเผยในรายงานเมื่อเร็ว ๆ นี้ ว่า บริษัทผู้ผลิตเครื่องดื่มโคคาโคล่า หรือโค้ก และ เป็ปซี่ ได้พร้อมใจกันปรับปรุงวิธีการเพิ่มสีดำในเครื่องดื่มอัดลม เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายของรัฐแคลิฟอร์เนียที่ระบุว่า หนึ่งในสารที่ผสมในเครื่องดื่มสีดำนั้นมีสารก่อมะเร็งที่ชื่อว่า 2-methylimidazole และ 4-methylimidazole  !!!??? (แล้วพี่เพิ่งจะมาบอกหนูตอนเนี้ยะเนี่ยนะ)




ทั้งนี้ องค์กรอิสระแห่งหนึ่งของสหรัฐฯทำการทดลองในสัตว์แล้วพบว่า การใช้สารเคมีทั้งสองชนิด ซึ่งเป็นสารให้สีดำในปริมาณเพียง 16 ไมโครกรัมก็สามารถทำให้สัตว์เป็นโรคมะเร็งได้แล้ว (แล้วกรูล่ะ ??) ขณะที่ในน้ำอัดลม 20 ออนซ์ มีปริมาณสารดังกล่าวมากถึง 200 ไมโครกรัมเลยทีเดียว !!!!!!!!!!!!!!  (เออ..แล้วกรูล่ะ ??? คำรบสอง)

ด้าน สมาคมเครื่องดื่มอเมริกันเผยว่า ทั้งโค้กและเป็ปซี่จะยังคงใช้สารตัวเดิม (..เพื่อ ??) แต่จะมีการปรับสูตรเพื่อให้สอดคล้องกับข้อบังคับของรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งผู้บริโภคเองก็จะไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของรสชาติ และจะไม่ส่งผลกระทบด้านสุขภาพใด ๆ เลยด้วย

อ้าว..ชิกหัยแระ..แล้วไอ้ที่อิชั้นดื่มไอ้เครื่องดื่มน้ำดำที่ว่ามาตลอดหลายปี ก็หมายถึงอิชั้นแดร๊กสารก่อมะเร็งเข้าไปเต็ม ๆ สิเนี่ย

หย่าขาดจากกันอิ่ตอนนี้จะทันมั้ยเนี่ยท่านผู้ช้มมมมม... เง้อออ...>_<"



ที่มา mthai.com
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต


วันจันทร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2555

ข่าวแปลก : รถไฟฟ้า เอ๊ย..รถไฟฟรี ลูกตุ้มมาหานะเธอ

.
.

เอ่อ....ไอ้ืุสุภาษิตที่เค้าว่า ของถูกและดีไม่มีในโลก เห็นทีจะใช้ไม่ได้กับชาวอินโดฯ บางส่วนซะแล้วฮ่ะ

เมื่อเร็ว ๆ นี้ เว็บไซต์เดลี่เมล์ ได้เผยภาพวิธีการจัดการผู้โดยสารรถไฟของอินโดนีเชีย ที่มักง่ายปีนขึ้นไปนั่งบนหลังคาเพื่อโดยสารไปแบบฟรีๆ จนเป็นเหตุให้มีผู้ตกลงมา และเสียชีวิตเป็นจำนวนมากต่อเนื่องกันมาเป็นสิบปีอ่ะนะคะ




โดยวิธีการดังกล่าว ทางการได้ใช้ลูกตุ้มคอนกรีต ดัดแปลงทาสีให้ดูคล้ายกับลูกเหล็กฮ่ะ เสร็จแล้วก็นำไปแขวนห้อยต่องแต่งกลางอากาศตามเส้นทางรถไฟ เพื่อหวังจะกำราบผู้โดยสารที่ประพฤติผิดๆ ให้เข็ดหลาบ ซึ่งถ้่าหากวิธีการดังกล่าวประสบผลสำเร็จก็จะมีการขยายไปในพื้นที่อื่นๆ ด้วย




ด้วยวิธีการนี้ หากผู้โดยสารริจะขึ้นรถไฟฟรี (ก็ตรูไม่ได้นั่งในโบกี้นี่ ตรูนั่งอยู่บนหลังคาเฟร้ย) ก็จะโดนลูกตุ้มเหล็ก ฟาดเข้าให้ ซึ่งก็แน่นอนว่ารถไฟก็แล่นด้วยความเร็วสูงขนาดนั้น ย่อมทำให้คนที่โดนลูกตุ้มเหวี่ยงใส่ อาจตกลงมาซี๊แหงแก๋ได้ง่าย ๆ (แอบโหดนะเนี่ย)




สำหรับปัญหาผู้คนแอบปืนขึ้นหลังคาเพื่อลักลอบโดยสารไปกับรถไฟแบบฟรีๆ นี้  กำลังเป็นปัญหาอย่างหนักของอินโดนีเซียฮ่ะ แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะคิดใช้วิธีต่างๆ นานาในการป้องกันและห้ามปรามเช่น ฉีดพ่นสีไว้หลังคาเพื่อจับผิด หรือการใช้สุนัขขู่ และขอร้องจากครูศาสนามาจัดการ แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร





ก็ไม่รู้ว่าคุณพี่ที่ปีนขึ้นไปโดยสารอยู่บนหลังคานั่นจะประหยัดเงินได้สักกี่มากน้อยอ่ะนะ แต่อิชั้นว่ามันไม่คุ้มเอาซะเล้ย หากจะต้องตกลงมาแข้งขา คอเคอหัก ใครเคยขึ้นรถไฟอินโดฯ วานบอกทีนะค้า ว่าค่าตั๋วมันแพงขนาดต้องหลบเลี่ยงการตังค์ขนาดนั้นเลยรึ...หรือพี่แกจะอยู่ในลัทธินิยมของฟรีกันทั้งขบวนก็ไม่รู้...เง้อออ..






ขอบคุณที่มา เอ็มไทยดอทคอม

วันพฤหัสบดีที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2555

ข่าวน่าทึ่ง : บันไดเลื่อนที่สูงที่สุดในโลก

.
.

ตามประสาคนแก่ที่ไขข้อเริ่มเสื่อม วันนี้ก็เลยขอเอาใจคนแก่ด้วยกัน โอ๊ะ ๆ ๆ ย้อเย่นนน..อิชั้นขอเอาใจคนที่รักของใหญ่ ๆ เหมือนกัน (แถไปนู้น 555+) ด้วยการนำข่าวของยักษ์ ๆ มาฝากกันอีกแล้วฮ่ะ..


สำนักข่าวออนไลน์ดฮัฟฟิงตัน โพสต์ ได้ส่งซิกสายอ้อม (อ้อมไกลไปหน่อย) มาเมื่อวันที่ 26 ธันวาคมปีที่แล้วว่า ณ.บัดนาว มีการเปิดใช้งานบันไดเลื่อนยักษ์ขึ้นที่เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศอย่าง เมืองเมดิลลิน ในเขตชุมชนโคมูนา 13 ประเทศโคลัมเบีย เรียบร้อยแล้วฮ่ะ ทั้งนี้ก็เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้คนในชุมชนให้เดินทางขึ้นลงได้สะดวกและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น เนื่องจากก่อนหน้านี้ผู้อาศัยในเมืองนี้ราว 12,000 คน จะต้องเดินทางด้วยเท้าผ่านริมเขาที่สูงชัน ในการสัญจรไปมาระหว่างบ้านกับในตัวเมืองมาโดยตลอด



เจ้าบันไดเลื่อนที่ว่านี้ มีการแบ่งออกเป็น 6 ส่วนด้วยกันค่ะ สิริรวมความยาวถึง 384 เมตร และใช้ทุนในการสร้างจำนวน 6.7 ล้านเหรียญดอลลาร์ หรือประมาณ 214,400,000 บาท  โดยมันสามารถร่นระยะเวลาการเดินทางขึ้น-ลง จากปกติ 35 นาทีด้วยวิถีการเดิน เหลือเพียง 6 นาทีด้วยวิถีบันไดเลื่อนเท่านั้น (ปลื้มมม...) และชาวบ้านสามารถใช้งานได้ฟรี..ฟรี..ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น แถมทิ้งท้ายไว้ด้วยว่า ในอนาคตมีแผนจะสร้างหลังคาขึ้นมาเพื่อกันแดดกันฝนให้อีกด้วย




ทางด้านนายกเทศมนตรีอลองโซ ซาลาซาร์ กล่าวถึงบันไดเลื่อนยักษ์สูงราวตึก 28 ชั้นนี้ว่า เขาไม่เคยได้ยินว่าที่ไหนจะมีการสร้างบันไดเลื่อนกลางแจ้งใหญ่ขนาดนี้มาก่อน (หนูก็ไม่เคยได้ยินเหมือนกันฮ่ะ) ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเป็นตัวแรกของโลก




ทั้งนี้ อิ่ตอนนั้น (เพราะมันผ่านมาร่วมเดือนแล้ว ฮาาา...) ชาวบ้านในชุมชนได้ออกมาทดลองใช้งานบันไดเลื่อนนี้กันอย่างตื่นเต้น  ซึ่งพวกเขาดีใจมากที่มันสามารถช่วยให้การเดินทางของพวกเขาไปไหนมาไหนได้สะดวกขึ้น โดยหนึ่งในสมาชิกหมู่บ้าน กล่าวว่า "มันเป็นเหมือนกับความฝันที่กลายเป็นจริงแล้ว"




แหม..พูดกันขนาดนี้ อิชั้นก็นึกอยากจะไปลองขึ้นดูมั่งซะแระ เดี๋ยวขอเก็บตังค์หยอดกระปุกสักสองชาติครึ่งก่อน ตอนนี้ได้หางตั๋วชิ้นแรกแระ อุอุ...ใครจะสมทบทุนก็หลังเมล์มาได้นะค้าาาาา ยินดีต้อนรับทุกแบงค์ค่าาา..

แล้วพบกับข่าวเคลิ้ม ๆ ได้ใหม่ในตอนหน้า





ขอบคุณที่มา กระปุกดอทคอม