แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวแปลก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวแปลก แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ข่าวแปลก : วิลล่าหรูบนดาดฟ้าตึก


กระบวนการบ้านหน้าตาประหลาด ๆ หรือตั้งอยู่ในโลเคชั่นแปลก ๆ นั้น อิ่ตอนนี้คงต้องพ่วงรายการของวิลล่าสุดหรูที่เดาะไปสร้างกันอยู่บนดาดฟ้าตึกใจกลางเมืองของพี่จีนเค้าเข้าไปด้วยแน่นอนฮ่ะ เพราะนอกจากจะขายความแปลก !! แตกต่าง !! อย่างน่าประหลาดใจแล้ว ยังน่าจะเป็นโครงการเดียวในโลก ที่สร้างแล้วเจ้าของใจดีอนุญาตให้คนงานต่างถิ่นเข้าไปพักอาศัยกันอย่างสบายแฮอีกดั้ว..

ไหงเป็นงั้นอ่ะ (เจ้าของบล็อกทำหน้างงไป 3 วิ)

คืองี้ฮ่ะ เมื่อเร็ว ๆ นี้มีข่าวจากเอเอฟพี/เอเจนซี ซึ่งเป็นกลุ่มสื่อจีนได้รายงานข่าวว่า เจ้าหน้่าที่ของจีนได้ประกาศให้วิลล่าหะหรูหะหราที่ดันไปผุดโครงการอยู่บนดาดฟ้าของห้างสรรพสินค้าใหญ่แห่งหนึ่งในกลางเมืองเหิงหยัง มณฑลหูหนัน เป็นสิ่งก่อสร้างผิดกฎหมายฮ่ะ (และเมื่อผิดกฎหมายก็ขายไม่ได้นะจ๊ะ แต่เป็นข่าวให้แอดมินเอามาฮาเฮได้จ้ะ)


เจ้าของโครงการวิลล่าบนดาดฟ้าแห่งนี้ ก็คือ เหิงหยัง หย่งซิง กรุ๊ป ฮ่ะ โดยบริษัทนี้เขาได้ทำการก่อสร้างบ้านหน้าตาสวยงามทันสมัยทรงตะวันตก ที่มีทั้งหลังคาสีฟ้าใส ผนังเหลือง มีลานระเบียงและหอคอยแบบเยอมันนี แถมยังมีรั้วสีขาวล้อมรอบบนพื้นที่กว่า 20,000 ตารางเมตร (เท่ากับ 3 สนามฟุตบอลรวมกัน) และปลูกต้นไม้เขียวชอุ่มพุ่มไสวเสริมภูมิทัศน์ระดับสูงอีกด้วย (สูงแหงล่ะ..เพราะดันระเห็จไปตั้งอยู่บนดาดฟ้านี่)


โครงการหมู่บ้านบนดาดฟ้าแห่งนี้ เริ่มต้นสร้างเมื่อปี พ.ศ 2552 ฮ่ะ โดยมีการก่อสร้างขึ้นโดยพละการแบบไม่มีใบอนุญาต แม้ว่าจะถูกทักท้วงโดยหน่วยงานที่รับผิดชอบการก่อสร้างในท้องถิ่นให้ทำการรื้อถอนออกหลายครั้ง แต่เจ้าของโครงการก็ไม่สนใจแต่อย่างใด


เมื่อสร้างเสร็จแล้วและดันเจือกขายไม่ได้แถมไม่ให้เขารื้ออีก โครงการนี้ก็เลยกลายเป็นโครงการร้างฮ่ะ ที่สุดเจ้าของโครงการก็เลยต้องจัดให้วิลล่าแต่ละหลังกลายเป็นที่พักของแรงงานอพยพของทางบริษัท เนื่องจากกฎหมายของจีนระบุไว้ว่าหากบ้านหลังไหนมีคนอยู่ ก็ห้ามมีการรื้อถอน พูดง่าย ๆ ก็คือห้ามรื้อถอนโดยเจ้าของบ้านที่อยู่อาศัยในบ้านหลังนั้นไม่ยินยอม เพื่อป้องกันปัญหาการเอารัดเอาเปรียบของกลุ่มนายทุนที่เข้ามาลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์และเจ้าหน้าที่กังฉินที่จับมือกันเข้ามากอบโกยผลปราะโยชน์ โกงที่ดินที่เป็นกรรมสิทธิ์ร่วมและไล่ประชาชนออกจากบ้านโดยจ่ายค่าชดเชยให้อย่างไม่เป็นธรรม


งานนี้ใครจะผิดใครจะถูกก็ว่ากันไปฮ่ะ แต่คนที่ได้รับประโยชน์เต็ม ๆ ก็คือบรรดาแรงงานต่างถิ่นของอิ่บริษัทเจ้าของโครงการนี่ล่ะ ที่อยู่ดี ๆ ก็ได้เข้าอยู่อาศัยในบ้านทรงหรู แหม..สมกับเป็นพี่จีนจริงจริ๊งงง..เลยเชียว เรื่องประหลาด ๆ พิกลแบบนี้ก็ยังอุตส่าห์ทำไปได้ แถมทำแล้วยังมีเทคกะนิกที่จะเอาตัวรอดได้อีกต่างหาก เอ้าาา..ใครอยากจะก้อปไอเดียนี้มาใช้กับเมืองไทยก็ลองดูได้นะคะ แต่อิชั้นว่า..โครงการสร้างบ้านบนดาดฟ้าแบบนี้คงจะพับตั้งแต่ยังไม่ได้คลอดนั่นแหละฮ่ะ...แล้วกลับมาพบกับข่ีาวแปลกข่้าวฮาได้ใหม่ในครั้งหน้านะคะ



ขอบคุณที่มา manager online





วันเสาร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ข่าวแปลก : ลูกปลาหมึกโตในปาก

แหม..อ่านข่าว ปตท.เอ๊ย..ตปท.วันนี้แล้ว อิชั้นถึงกะไม่คิดอยากจะกินปลาหมึกตลอดชีวิตเลยทีเดียวฮ่ะ อ่ะ มาดูค่า

เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักข่าว ต่างประเทศ แห่งนึงได้รายงานเรื่องเหลือเชื่อที่เขย่าประสาทนักเปิบเป็นอันมากชิ้นนึงว่า มีคุณป้าวัย 63ปี คนนึง ได้หอบอาการเจ็บแปล๊บ ๆ ในช่องปากไปหาคุณหมอ เพื่อให้ทำการตรวจว่า เธอเป็นอะไรกันแน่ แต่แล้วคุณหมอท่านนั้นก็ถึงกับต้องตกตะลึงพึงเพริดเลยทีเดียวฮ่ะ เมื่อพบว่า มีสัตว์อันไม่พึงประสงค์ที่ไม่น่าจะพบอยู่ในช่องปากของมนุษย์ทั่วไปอาศัยอยู่ในปากป้าแกเป็นจำนวนมาก นั่นก็คือลูกปลาหมึกตัวน้อย ๆ นั่นเอง ที่สำคัญก็คือ มันไม่ได้อยู่โดดเดี่ยวเปลี่ยวเอกาหรอกนะฮ้า แต่มันอยู่ในปากคุณป้าแกเป็นหมู่คณะถึง 12 ตัวเลยทีเดียว  แต่ไม่ต้องตกใจฮ่ะ ตอนนี้อาคุงหมอ แกก็ได้กวาดเอาหมึกอ่อนและเมือกทั้งหมดที่อยู่ในช่องปากออกไปเป็นที่เรียบร้อยละ


ข้อสันนิษฐานของแพทย์กรณีนี้ก็คือ คุณป้าท่านนี้แกคงกินปลาหมึกตัวเต็มวัยเข้าไปแหละฮ่ะ และอิ่ตอนเคี้ยว ๆ ๆ อย่างเพลิดเพลินใจ ไอ้เจ้าถุงน้ำเชื้อของปากหมึกก็ดันไปแตกโพล๊ะในปากของของแกเข้า จากนั้นอสุจิและไข่จึงฝังตัวตามซอกหลืบต่างๆ ของเหงือกและฟัน และเกิดการฟักเป็นตัวอ่อนขึ้นดังกล่าว

กรณีข้างบนนี้ยังไปคล้ายกับหญิงญี่ปุ่นรายหนึ่ง ที่เกิดอาการเจ็บปากหลังกินหมึกดิบเข้าไปด้วยอ่ะนะคะ โดยหญิงญี่ปุ่นรายนั้นมีหมึกอ่อนติดอยู่ที่ปาก และแพทย์ก็ต้องทำการถอนหมึกอ่อนและถุงสเปิร์มออกจากปากของเธอเช่นกัน

แหม..อิชั้นก็ให้นึกอยู่ว่า อิ่ตอนกินปลาหมึกเนี่ย ไม่ได้ทำให้มันสุกตามหลักของกระทรวงทรัพยากรธรณีก่อนหรือไรคะ (<< ได้ข่าวว่ามันเป็นหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุขนะ กรั่ก ๆ ๆ) มันถึงได้เกิดการฟิเจอริ่งมาเก็ตติ้งเฟิร์สในช่องปากได้ขนาดนั้น แถมกินแ้ล้วก็ต้องแปรงฟันให้สะอาดเอี่ยมอ่องด้วยสิ จะหมักให้มันมาฟักอยู่ในซอกฟันอยู่ได้นานขนาดนั้นไดอย่างไรกัน เอ..หรือคุณป้าแกไม่นิยมแปรงฟันฟระ ไข่ปลาหมึกถึงได้อยู่ยงคงกระพันถึงขั้นออกมาเป็นตัวขนาดนั้น..

เอ้า..ใครที่นิยมกินอะไรสุก ๆ ดิบ ๆ ก็ดูไว้เป็นตัวอย่างก็ละกันนะค้า แถวบ้านเราอาจจะไม่มีเคสคีบลูกปลาหมึกออกจากปากก็ได้เน้อ แต่อาจจะเป็นคีบเจ้าตัวดึ้กดึ๋ยตัวอื่น ๆ ออกมาแทน..นึกแล้วก็หยึกหยึ๋ยแทนฮ่ะ ขออนุญาตแว่บออกไปแปรงฟันอีกรอบก็ละกันนะค้าาาา แล้วพบกันใหม่กับเคลิ้มสมาคมโอกาสหน้าค่าาาา..



ขอบคุณที่มา เอ็มไทย.คอม
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

วันจันทร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2555

ข่าวแปลก : รถไฟฟ้า เอ๊ย..รถไฟฟรี ลูกตุ้มมาหานะเธอ

.
.

เอ่อ....ไอ้ืุสุภาษิตที่เค้าว่า ของถูกและดีไม่มีในโลก เห็นทีจะใช้ไม่ได้กับชาวอินโดฯ บางส่วนซะแล้วฮ่ะ

เมื่อเร็ว ๆ นี้ เว็บไซต์เดลี่เมล์ ได้เผยภาพวิธีการจัดการผู้โดยสารรถไฟของอินโดนีเชีย ที่มักง่ายปีนขึ้นไปนั่งบนหลังคาเพื่อโดยสารไปแบบฟรีๆ จนเป็นเหตุให้มีผู้ตกลงมา และเสียชีวิตเป็นจำนวนมากต่อเนื่องกันมาเป็นสิบปีอ่ะนะคะ




โดยวิธีการดังกล่าว ทางการได้ใช้ลูกตุ้มคอนกรีต ดัดแปลงทาสีให้ดูคล้ายกับลูกเหล็กฮ่ะ เสร็จแล้วก็นำไปแขวนห้อยต่องแต่งกลางอากาศตามเส้นทางรถไฟ เพื่อหวังจะกำราบผู้โดยสารที่ประพฤติผิดๆ ให้เข็ดหลาบ ซึ่งถ้่าหากวิธีการดังกล่าวประสบผลสำเร็จก็จะมีการขยายไปในพื้นที่อื่นๆ ด้วย




ด้วยวิธีการนี้ หากผู้โดยสารริจะขึ้นรถไฟฟรี (ก็ตรูไม่ได้นั่งในโบกี้นี่ ตรูนั่งอยู่บนหลังคาเฟร้ย) ก็จะโดนลูกตุ้มเหล็ก ฟาดเข้าให้ ซึ่งก็แน่นอนว่ารถไฟก็แล่นด้วยความเร็วสูงขนาดนั้น ย่อมทำให้คนที่โดนลูกตุ้มเหวี่ยงใส่ อาจตกลงมาซี๊แหงแก๋ได้ง่าย ๆ (แอบโหดนะเนี่ย)




สำหรับปัญหาผู้คนแอบปืนขึ้นหลังคาเพื่อลักลอบโดยสารไปกับรถไฟแบบฟรีๆ นี้  กำลังเป็นปัญหาอย่างหนักของอินโดนีเซียฮ่ะ แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะคิดใช้วิธีต่างๆ นานาในการป้องกันและห้ามปรามเช่น ฉีดพ่นสีไว้หลังคาเพื่อจับผิด หรือการใช้สุนัขขู่ และขอร้องจากครูศาสนามาจัดการ แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร





ก็ไม่รู้ว่าคุณพี่ที่ปีนขึ้นไปโดยสารอยู่บนหลังคานั่นจะประหยัดเงินได้สักกี่มากน้อยอ่ะนะ แต่อิชั้นว่ามันไม่คุ้มเอาซะเล้ย หากจะต้องตกลงมาแข้งขา คอเคอหัก ใครเคยขึ้นรถไฟอินโดฯ วานบอกทีนะค้า ว่าค่าตั๋วมันแพงขนาดต้องหลบเลี่ยงการตังค์ขนาดนั้นเลยรึ...หรือพี่แกจะอยู่ในลัทธินิยมของฟรีกันทั้งขบวนก็ไม่รู้...เง้อออ..






ขอบคุณที่มา เอ็มไทยดอทคอม

วันพฤหัสบดีที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2555

ข่าวน่าทึ่ง : บันไดเลื่อนที่สูงที่สุดในโลก

.
.

ตามประสาคนแก่ที่ไขข้อเริ่มเสื่อม วันนี้ก็เลยขอเอาใจคนแก่ด้วยกัน โอ๊ะ ๆ ๆ ย้อเย่นนน..อิชั้นขอเอาใจคนที่รักของใหญ่ ๆ เหมือนกัน (แถไปนู้น 555+) ด้วยการนำข่าวของยักษ์ ๆ มาฝากกันอีกแล้วฮ่ะ..


สำนักข่าวออนไลน์ดฮัฟฟิงตัน โพสต์ ได้ส่งซิกสายอ้อม (อ้อมไกลไปหน่อย) มาเมื่อวันที่ 26 ธันวาคมปีที่แล้วว่า ณ.บัดนาว มีการเปิดใช้งานบันไดเลื่อนยักษ์ขึ้นที่เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศอย่าง เมืองเมดิลลิน ในเขตชุมชนโคมูนา 13 ประเทศโคลัมเบีย เรียบร้อยแล้วฮ่ะ ทั้งนี้ก็เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้คนในชุมชนให้เดินทางขึ้นลงได้สะดวกและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น เนื่องจากก่อนหน้านี้ผู้อาศัยในเมืองนี้ราว 12,000 คน จะต้องเดินทางด้วยเท้าผ่านริมเขาที่สูงชัน ในการสัญจรไปมาระหว่างบ้านกับในตัวเมืองมาโดยตลอด



เจ้าบันไดเลื่อนที่ว่านี้ มีการแบ่งออกเป็น 6 ส่วนด้วยกันค่ะ สิริรวมความยาวถึง 384 เมตร และใช้ทุนในการสร้างจำนวน 6.7 ล้านเหรียญดอลลาร์ หรือประมาณ 214,400,000 บาท  โดยมันสามารถร่นระยะเวลาการเดินทางขึ้น-ลง จากปกติ 35 นาทีด้วยวิถีการเดิน เหลือเพียง 6 นาทีด้วยวิถีบันไดเลื่อนเท่านั้น (ปลื้มมม...) และชาวบ้านสามารถใช้งานได้ฟรี..ฟรี..ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น แถมทิ้งท้ายไว้ด้วยว่า ในอนาคตมีแผนจะสร้างหลังคาขึ้นมาเพื่อกันแดดกันฝนให้อีกด้วย




ทางด้านนายกเทศมนตรีอลองโซ ซาลาซาร์ กล่าวถึงบันไดเลื่อนยักษ์สูงราวตึก 28 ชั้นนี้ว่า เขาไม่เคยได้ยินว่าที่ไหนจะมีการสร้างบันไดเลื่อนกลางแจ้งใหญ่ขนาดนี้มาก่อน (หนูก็ไม่เคยได้ยินเหมือนกันฮ่ะ) ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเป็นตัวแรกของโลก




ทั้งนี้ อิ่ตอนนั้น (เพราะมันผ่านมาร่วมเดือนแล้ว ฮาาา...) ชาวบ้านในชุมชนได้ออกมาทดลองใช้งานบันไดเลื่อนนี้กันอย่างตื่นเต้น  ซึ่งพวกเขาดีใจมากที่มันสามารถช่วยให้การเดินทางของพวกเขาไปไหนมาไหนได้สะดวกขึ้น โดยหนึ่งในสมาชิกหมู่บ้าน กล่าวว่า "มันเป็นเหมือนกับความฝันที่กลายเป็นจริงแล้ว"




แหม..พูดกันขนาดนี้ อิชั้นก็นึกอยากจะไปลองขึ้นดูมั่งซะแระ เดี๋ยวขอเก็บตังค์หยอดกระปุกสักสองชาติครึ่งก่อน ตอนนี้ได้หางตั๋วชิ้นแรกแระ อุอุ...ใครจะสมทบทุนก็หลังเมล์มาได้นะค้าาาาา ยินดีต้อนรับทุกแบงค์ค่าาา..

แล้วพบกับข่าวเคลิ้ม ๆ ได้ใหม่ในตอนหน้า





ขอบคุณที่มา กระปุกดอทคอม



วันพุธที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2555

ข่าวแปลก : กุ้งทะเลเดือด



ของแปลก ๆ ในโลกนี้ที่เรายังไม่ได้ค้นพบยังมีอีกเยอะแยะตาแป๊ะไก่จริง ๆ เฮ่าะ

ก็ดูอย่างข่าวนี้เป็นไร..

เมื่อไม่นานมานี้สำนักข่าวต่างประเทศได้ออกมารายงานว่า นักวิทยาศาสตร์ของศูนย์สมุทรศาสตร์แห่งชาติในเซาแธมป์ตัน ประเทศอังกฤษ ได้ ค้นพบกุ้งสายพันธุ์ใหม่ ที่อาศัยอยู่ในใต้ทะเล ลึกกว่า 5 ก. ม. ที่รู้จักกันในนาม “ปล่องน้ำพุร้อนใต้ทะเล” (black smoker) ซึ่งไอ้ที่ปล่องตรงนั้นมันมีอุหภูมิสูงกว่า 450 องศาเซลเซียส(เท่านั้นเอ๊งงง..O_o") ในทะเลแคริเบียน แถวบริเวณร่องน้ำเคย์แมน ทางตอนใต้ของเกาะเคย์แมน



ทั้งนี้ กุ้งสายพันธุ์ใหม่ที่ค้นพบนี้ ถูกตั้งชื่อว่า Rimicaris hybisae ฮ่ะ ลักษณะพิเศษของมันก็คือ เป็นกุ้งที่ไม่มีตา และมีหนวดสีขาว นอกจากความสามารถในการอยู่ในที่อุณหภูมิสูงกว่าน้ำเดือดแล้ว มันยังมีแสงไฟที่กลางหลังด้วย(สงสัยเป็นกุ้งเอเลี่ยน) และมีสายพันธุ์ใกล้เคียงกับกุ้งสายพันธุ์ Rimicaris exoculata ซึ่งอาศัยอยู่ลึกลงไปใต้ทะเลกว่า 4,000 ม.




อย่างไรก็ตาม การค้นพบครั้งนี้สร้างความประหลาดใจให้กับนักวิทยาศาสตร์กลุ่มนี้มาก เพราะในบริเวณนั้นร้อนและมีกรดซึ่งไม่เคยค้นพบพื้นที่ที่มีลักษณะเช่นนี้มาก่อน

ก็บอกแล้วว่าของแปลก ๆ ในโลกนี้ยังมีอีกเยอะ..มิน่าเคลิ้มสมาคมถึงไม่เคยขาดเสิร์ฟข่าวแปลก ๆ แบบนี้ให้กับมิตรรักแฟนเพลงซะที

แล้วกลับมาพบกับข่าวสเปเซียลโซไซตี้กันได้ใหม่ในเคลิ้มสมาคมตอนหน้านะค้า..





ขอบคุณที่มา Mthai.com

วันศุกร์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ข่าวแปลก : ใหญ่อีกแล้ว แมลงตัวใหญ่ที่สุดในโลก

.
.
อุ๊ยตายว้ายกรี๊ดด....ทำไมอิ่หมู่นี้ อิชั้นถึงได้เจอแต่ข่าวของใหญ่ ๆ ทั้งนั้นเลยก็ไม่รู้

อ่ะ..วันนี้เคลิ้มสมาคมก็ยังคงส่งข่าวของใหญ่กันอยู่เช่นเคยนะค้า คราวนี้เป็นเรื่องของแมลงกันบ้าง เรามาดูข่าวนี้ด้วยกันเลยค่ะ


เมื่อไม่นานมานี้ ข่าวจาก นสพ.เดอะซัน ได้รายงานว่า นักกีฏวิทยาสหรัฐฯ ผู้นึง ได้สร้างความฮือฮาหลังพบแมลงขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่มีการบันทึกมาเข้า และด้วยรูปร่างใหญ่โตทำให้มันสามารถกินแครอททั้งหัว(หัวของนักกีฎวิทยาน่ะรึ กรั่ก ๆ ๆ )ได้อย่างสบาย



นึกภาพมันมาเกาะอยู่ที่มือเราดิ่..แอร๊ยย..ขนแขนแสตนอัพ !!!
 
เจ้าแมลงไซส์บิ๊กเบิ้มตัวนี้คือเจ้าตัววีตาเพศเมียที่มีปีกขนาดใหญ่เมื่อกางสูงสุดยาวถึง 7 นิ้ว ทีเดียวค่ะ โดย มาร์ค มอฟเฟตต์ ช่างภาพและนักกีฏวิทยาชื่อดังวัย 55 ปี ได้ค้นพบมันบนต้นไม้ต้นหนึ่งบนเกาะลิตเติล แบร์ริเออร์ของนิวซีแลนด์โน่นแน่ะ
     
เฮียมอฟ เผยว่าต้องใช้ความพยายามกว่า 2 วันในการค้นหาแมลงชนิดนี้ที่สันนิษฐานกันว่าอาจสูญพันธุ์ไปแล้ว หลังจากชาวยุโรปนำหนูขึ้นมาบนเกาะเมื่อหลายปีก่อน อย่างไรก็ตามท้ายที่สุดแล้วสิ่งที่ค้นพบก็สร้างความปิติยินดีเป็นอย่างมาก



พี่คะ พี่ใช้ปุ๋ยสูตรอะไรเร่งโตคะ ถึงได้ตัวใหญ่ขนาดนี้ >_<"

มอฟเฟตต์ จากมลรัฐโคโลราโดยังเล่าต่อด้วยความตื่นเต้นว่า เขากับทีมทั้ง 3 คนเดินไปตามป่าบริเวณท้ายเกาะเล็กๆแห่งนี้กว่า 2 คืนที่ค้นหาแหล่งพืชผักที่แมลงวีตายักษ์กินเป็นอาหาร หลายชั่วโมงผ่านไป ก็เริ่มคิดว่าคงแห้วแล้วแหละ เขาคงไม่มีโชคเพียงพอที่จะขอให้ได้เจอสักตัว แต่จากนั้นก็เห็นมันเกาะอยู่บนต้นไม้
     
"วีตายักษ์เป็นแมลงที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกและเจ้าวีตาตัวนี้น่าจะเป็นตัวที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพบมา มันชอบกินแครอทมากจนไม่สนใจเลยว่าตัวเองกำลังอยู่บนมือของเราและยังคงเคี้ยวตุ้ยๆต่อไป" เขากล่าว
     
"ดูเหมือนว่ามันอาจกินแครรอทหมดได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว (ตระกละซะด้วย) แต่ด้วยที่แมลงตัวนี้เป็นชนิดที่ใกล้สูญพันธุ์ เราจึงไม่อยากให้มันเกิดภาวะอาหารไม่ย่อย" เขากล่าว "หลังจากมันกินไปได้เล็กน้อย ผมก็ลงมือถ่ายภาพและเราก็นำมันกลับคืนยังจุดที่พบตัวมัน"

ให้ตายเหอะโรบิ้น..ข่าวจำพวกปลาเปลออะไรที่มันใหญ่โต อิชั้นก็พอจะรับได้ฮ่ะ แต่ไอ้ประเภทแมลง ๆ รวมถึงพวกสัตว์เลื้อยคลานที่พี่แกตัวใหญ่มหึมากว่าที่เคยเห็นเนี่ย เกินจะไหวจริง ๆ อ่ะนะคะ ขืนอิชั้นเจอตัวเป็น ๆ เข้าคงเผ่นป่าราบไว้ก่อนแหละ เจ้าประคู๊ณณ..ใครอย่าได้คิดลักลอบเอามาขยายพันธุ์ในเมืองไทยเลยเน้อ อิชั้นยังไม่อยากย้ายประเทศหนีอ่ะ..เห็นขนาดตัวของมันแล้ว ขนลุกขนชันจริง ๆ เนอะคุณพี่..




ขอบคุณที่มา manageronline



วันพฤหัสบดีที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ข่าวแปลก : อื้อหือ...มันใหญ่มากกก...

.
.
สวัสดี สวีดัด เช้าวันศุกร์สุดสัปดาห์นะค้า..ชาวเคลิ้มสมาคมทั้งหลาย อุอุ..

หลังจากห่างหายไปปฏิบัติภาระกิจประดามีซะหลายสัปดาห์ วันนี้เคลิ้มสมาคมก็มีข่าวล่ามาช้านิดนึง มาส่งอีักเช่นเคยฮ่ะ

อ่ะ..มาดูข่าวใหญ่ ๆ ข่าวนี้กันเป็นไร..

เว็บไซต์ข่าวเดลี่เมล์รายงานว่า นักตกปลาชาวอังกฤษรายนึง ต้องออกแรงในการดึงเบ็ดอย่างเต็มกำลัง หลังจากที่ไปตกเอากระเบนยักษ์ขนาด 127 กิโลกรัมได้เข้า ระหว่างการเดินเรือไปตกปลาที่ประเทศอาร์เจนตินา





โดยนายเจเรมี เวด วัย53 ปี ผู้นี้ กล่าวอย่างภูมิใจ ว่านี่ถือว่าเป็นผลงานชิ้นโบว์แดง สำหรับการตกปลาน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยจับได้เลยทีเดียว แถมมันมีขนาดใหญ่มากกกก....จนต้องใช้เวลากว่าจะดึงมันมาถึงชายฝั่งถึง 4 ชั่วโมงเต็ม ๆ

เฮียเจเรมี แกยังบอกด้วยว่า หากใครเผลอไปโดนเงี่ยงกระเบนยักษ์ตัวนี้แทงเข้าไป อาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้เลยฮ่ะ เพราะพิษของมันรุนแรงมาก ซึ่งโดยปกติแล้ว ปลากระเบนจะจู่โจมมนุษย์ด้วยการปักเงี่ยงไปที่เท้าหรือหัวเข่าก่อนที่จะปล่อยพิษออกมา เรียกว่าใครไปเหยียบหัวแม่ติง เอ๊ย..เหยียบตัวมันเข้า ชีวิตก็อาจวางวายไม่ได้เย่อกับปลาซ้ำสองแน่นแน่..




ก่อนหน้านี้ เฮียเจเรมี่ก็ยังเคยจับปลาไหลยักษ์ ในแม่น้ำปารานา แถบบัวโนส ไอเรส ที่มีน้ำหนักถึง 127 กิโลกรัมได้มาแล้วนะเค๊อะ ก็ไม่รู้ว่าพี่ท่านมีมนต์เรียกหอยเรียกปลารึไง ถึงได้ขยันจับของใหญ่ได้บ่อยขนาดนี้

ว่าแต่จับได้แล้วแกเอาไปทำไรหว่า คงไม่เอาไปทำขนมจีน-น้ำยาปลากระเบนเลี้ยงคนทั้งหมู่บ้านหรอกนะลูกพรี๊....กรั่ก ๆ ๆ ๆ




ขอบคุณที่มา mthainews.com

วันอังคารที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ข่าวแปลก : เผยโฉม ชายที่เจาะร่างกายมากที่สุดในโลก

.
.
แรกพบประสบภาพชายที่มีแต่หมุด หมุด หมุด อยู่เต็มองคาพยศบนใบหน้าของตัวเอง อิชั้นก็ต้องยกมือขึ้นทาบอกแล้วร้องว่า..อุแม่เจ้า...ทำลงไปได้ยังไงล่ะนั่นคุณพรี๊... >_<"



ข่าวสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กินเนสส์เวิร์ล เรคคอร์ด ได้บันทึกชื่อของนาย รอล์ฟ บุ๊กโคลซ์ ชายวัย 52 ปี ผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์ จากดอร์ตมุนด์ ประเทศเยอรมนี เป็นผู้ครองตำแหน่ง ชายที่เจาะร่างกายมากที่สุด (Most Pierced Man) ไว้เรียบร้อยแล้ว



ชายผู้นี้พิชิตรางวัลสถิติโลก ได้ด้วยตำแหน่งวงแหวนทั้งสิ้นถึง 453 วงทั่วลำตัว ไม่ว่าจะเป็น ที่ปากและรอบๆปาก 94 วง ในจมูก 8 วง ที่คิ้ว 25 วง ในอวัยวะเพศอีกกว่า 278  วง รวมทั้งจุดอื่นๆทั่วร่างกายอีกจำนวนนึง (หลายคนคว้าปากกามาคำนวนยิก ๆ อันนี้ตัวเลขจำนวนห่วงเฟ้ย ไม่ใช่ใบหวย กรั่ก ๆ ๆ ๆ)



ยอดชายนายบุ๊กโคลซ์ ได้เริ่มต้นเจาะร่างกายตั้งแต่อายุเพียง 11 ปี เท่านั้นฮ่ะ ด้วยความที่ชื่ีนชอบ คลั่งใคล้ในการเจาะ ทำให้เขาเจาะ เจาะ และเจาะ ไปทุก ๆ ส่วนทั่วร่างกาย นอกเหนือจากนั้นยังมีการสักร่างกายด้วยลวดลายต่างๆ ที่ลำตัว และแขนขา จนลายพร้อยไปโม้ดดด...กลายเป็นที่สนใจแก่ผู้ไม่เคยพบเคยเห็น

แหมะ..จริง ๆ จะเจาะตรงไหนก็เจาะไปเห้อ สิทธิ์ของเค้านี่เนาะ แต่ไอ้ที่้ข้องใจอ่ะ แกเจาะใส่ห่วงแถวช้างน้อยด้วยทำไมฟระ..ไม่เจ็บมั่งรึไง งี้เวลาจะมีอารมณ์ฟิเจอหลิงกับใครก็ลำบากแย่ล่ะเซ่ะ เง้ออ...ไม่เห็นใจคนที่นอนร่วมเตียงมั่งเลยนะฮ้าคุณพรี้...

วันจันทร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ข่าวแปลก : ส่งลาเข้าชิงตำแหน่งนาโย้กกก

.
.
เชื่อแว่..ใครที่ได้อ่านข่าวการเมืองที่ประชดกันอย่างแสบ ๆ คัน ๆ ข่าวนี้แล้ว ดูท่าจะต้องย้อนกลับมานึกถึงการเมืองบ้านเรากันเลยทีเดียวฮ่ะ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า พรรคการเมืองพรรคนึง ชื่อว่าพรรค “Society for a New Bulgaria” ในเมืองวาร์นา เมืองท่าสำคัญริมฝั่งทะเลดำ ของประเทศบัลแกเรีย ได้กระทำการอันน่าฉงนต่อประชาชนทั่วไป เมื่อจู่ ๆ ก็นำลาซึ่งมีชื่อว่า มาร์โก มาสมัครลงชิงตำแหน่งนายกเทศมนตรีของเมือง ที่จะมีการเลือกตั้งในวันที่ 23 ต.ค.นี้ สาเหตุ ก็เพื่อประท้วง นายคิริล ยอร์ดานอฟ นายกฯ คนปัจจุบัน ซึ่งประชาชนมองว่าบริหารงานไม่มีประสิทธิภาพ ไร้ซึ่งผลงาน (ลายังน่าจะทำงานดีซะกว่า ว่างั้นเหอะ !!)



"ม้อออ...." เอ้ยย..."ล้าาาาา..."

ทั้งนี้ แองเจล ดียันคอฟ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งของพรรคเปิดเผยว่า พรรคของตนมีความคาดหวังว่า ผู้มีสิทธิออกเสียงจะลงคะแนนเลือก มาร์โก มากกว่าที่จะปล่อยให้ยอร์ดานอฟชนะการเลือกตั้งและได้อยู่ในตำแหน่งต่อไปอีกสมัยนึงฮ่ะ ทั้งยังยืนยันว่า มาร์โกนั้นน่าไว้วางใจกว่านายกฯ คนปัจจุบันเย้อออ.... เพราะมันไม่เคยยักยอกทรัพย์สินของประชาชน ! ไม่เคยโกหก ! ทั้งยังขยันทำงานอีกด้วย ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ตรงข้ามกับตัวนายกเทศมนตรีคนปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง (แรว๊งงง..)

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวระบุว่า ทีมหาเสียงของนายกเทศมนตรียอร์ดานอฟ ปฏิเสธที่จะให้เขาขึ้นเวทีประชันวิสัยทัศน์กับเจ้ามาร์โก ตามกำหนดที่จะมีขึ้นในเร็วๆนี้ โดยให้เหตุผลว่าการปล่อยให้ยอร์ดานอฟขึ้นเวทีเดียวกับลาถือเป็นการลดเกีรยติของนายกเทศมนตรี (อุอุ จริง ๆ อิฮั้นอยากฟังวิสัยทัศน์ของเจ้ามาร์โก น่ะนะ ว่าจะเคี้ยวเือื้องหญ้าไปแล้วก็ร่ายแผนนโยบายอะไรที่น่าสนใจออกมารึเปล่า)

แต่การเมืองก็งี้แหละฮ่ะ หายากนะฮ้า ที่จะได้เจอผู้แทนปวงชนที่ดี ไร้ราคีมากวนใจ เหมือนงมเข็มในมหาสมุทรแหละ แหมะ..นี่ถ้าอิ่ตาลามารโก ได้รับการเลือกตั้งขึ้นมานะ อิชั้นว่าอีกไม่นานบ้านเราก็น่าจะเอาเยี่ยงอย่าง ว่าแต่จะส่งตัวอะไรเข้าชิงตำแหน่งดีเค๊อะ ช่วยกันคิดหน่อยนะเค๊อะคุณผู้โชมมม...~




ขอบคุณที่มา mthai.com

วันศุกร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2554

ข่าวอึ้ง ๆ : แมวประหลาด 2 หน้า 3 ตา 2 ปาก แว๊กกซ์ แมวเอเลี่ยงรึเป่านี่ !!

จะบอกก่อนนะฮ้าฟฟ..ว่าภาพและเรื่องราวต่อไปนี้ อิชั้นมิได้ลอกมาจากหนังแนวไซไฟแต่อย่างใดนา แต่มันเป็นเรื่อง จ.สระ อิง..จริง จริง ที่ซู้ดเลยก็ว่าได้ฮ่ะ อ่ะ..แต่จะเป็นเรื่องใดนั้น ตามมาดูกันได้เล้ย


สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า เกิดกรณีฮือฮา เมื่อพบว่า มีแมวประหลาด ที่มีลัษณะผิดไปกว่าแมวตัวอื่น ๆ คือ มีลักษณะส่วนหัวที่ประกอบด้วย สองหน้า สองหู สองตะหมูก สามตา และสองปาก แถมเจ้าแมวตัวนี้ ยังอายุยื้นน..ยืน คือเพิ่งจะฉลองอายุครบรอบ 12 ขวบไปเมื่อเร็ว ๆ นี้อีกเอง



เจ้าแมวประหลาดตัวนี้ มีชื่อเรียกเท่ ๆ ว่า"แฟรงเก้นลูอี้" ฮ่ะ (เข้าใจตั้งชื่อเนอะ) มันอาศัยอยู่กับเจ้าของในเมืองมิลบิวรี่ รัฐแมสสาซูเซตต์ และเหตุที่เป็นแมวประหลาด ก็เพราะน้องแฟรงเก้นเค้าดันเกิดมามีสองใบหน้า เนื่องด้วยอาการผิดปกติ ที่ทางการแพทย์เรียกว่า"อาการ Janus" นั่นเอง ปกติแล้วอาการนี้จะทำให้มีชีวิตได้เพียงไม่กี่วันฮ่ะ แต่น้องเหมียวแฟรงเก้นเค้าอึด(เนาะ) อยู่มาได้ตั้ง 12 ปีเข้านี่แย้ว




นอกจากจะมีหน้าตาที่ผิดธรรมชาติไปมากโขแล้ืว น้องแฟรงเก้นของหมู่เฮาก็มีพฤติกรรมของแมวเหมือนแมวทั่วไปตามปกติแหละฮ่ะ ทั้งร้องเหมียว กินอาหาร คลอเคลียเจ้าของ เรียกได้ว่าผิดปกติแต่หน้าเท่านั้นนะยะ ส่วนอื่น ๆ ของเค้าอ่ะปกติดีไปทุกสิ่งอัน

รายงานข่าวยังระบุอีกว่า ขณะนี้ เจ้า"แฟรงเก้นลูอี้"ได้กลายเป็นดาวเด่นในเว็บไซต์ยูทูป เพราะมีผู้เข้ามาชมความแปลกประหลาดของมันเป็นจำนวนกว่าครึ่งล้านคนแล้ว

เอ้อ..ดังดีแท้ นึกสงสัยง่ะ ว่าเวลามันแหกปากร้องเงี๊ยวง๊าวขึ้นมาพร้อม ๆ กันทั้งสองหน้า เสียงเจ้าเหมียวมิเสียดทานสะท้านทรวงไปทั้งบ้านเลยรึ อุอุ..ดีเนาะ เลี้ยงตัวเดียวเหมือนได้เลี้ยงสองตัวเลยอ่ะ ป่ะ..ไปดูคลิปวีโอของเจ้ามิ๊ว..แฟรงเก้นสไตล์ เอ๊ย..แฟรงเก้นลูอี้ กัน




นี่ถ้าอยู่้เมืองไทย สงสัยโดนคนจุดธูปกราบไหว้ขอหวยกันไปนานแย้วววว..ว่าม้าย อุอุ

ขอบคุณที่มา มติชนออนไลน์

วันศุกร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2554

ข่าวน่ารัก : โถ ๆ เพนกวินหัวโล้น เอ๊ย..ขนโล้นเอ๊ย..

ข่าวเคลิ้ม ๆ ประจำวันศุกร์สุดสัปดาห์มาเสิร์ฟแล้วจ๊า...

ข่าวล่ามาช้านิดนึงข่้าวนี้ หยิบมาจาก นสพ.เดอะซัน -ฮ่ะ เมื่อเจ้าเพนกวินตัวน้อยแสนน่ารัก ซึ่งถือกำเนิดขึ้นในสวนสัตว์แห่งหนึ่งของประเทศจีน ต้องเผชิญกับความอ้างว้าง เย็นชาและหนาวเหน็บที่แท้จริง หลังถูกครอบครัวหมางเมิน เหตุเพราะดั๊นเกิดมาลืมตาดูโลกในสภาพขนโกร๋นซะนี่



     
ตามข่าวเค้าบอกแว่..เจ้าเพนกวินตัวน้อยที่ไร้ขนตัวนี้ ป่วยเป็นโรคประหลาดฮ่ะ เป็นผลให้ไม่มีขนขึ้นตามลำตัว แต่ที่สาหัสกว่านั้นคือด้วยสภาพร่างกายที่ล้านโล้นเตียนโล่งที่ไม่เหมือนกับตัวอื่นๆ ทำให้ไม่เป็นที่ต้อนรับจากครอบครัว

หวัง ตัน พนักงานของพิพิธภัณฑ์สัตว์ในเมืองต้าเหลียน ประเทศจีน ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของเพนกวินตัวนี้ เล่าว่า ทีแรกเค้าก็พยายามส่งมันกลับไปหาครอบครัว อยู่เหมียล์ลกันเฮ่าะ ด้วยหวังว่าทางฝูงจะดูแลมันและช่วยให้มันเติบโตอย่างแข็งแรง ทว่ามันกลับถูกทอดทิ้งและเขี่ยออกจากฝูง (แอร๊ยยย >_<")
     
ด้วยเหตุนั้นเจ้าหน้าที่ของสวนสัตว์จึงต้องเป็นผู้ที่ดูแลมันตลอด 24 ชั่วโมงซะเอง และคอยให้อาหารเพนกวินตัวนี้นานกว่า 1 เดือน จนมันแข็งแรงและท้ายที่สุด ก็แฮปปี้เอนสะดิ้งฮ่ะ เมื่อตามตัวของมันเริ่มมีขนขึ้นเหมือนกับเพนกวินตัวอื่นๆ สุดท้ายทางครอบครัวจึงยอมรับมันกลับเข้าฝูงอีกครั้งนึง




แหม..สงสัยเจ้าเพนกวินฝูงนี้จะไม่เคยได้ยินคำฝัน เอ๊ย..คำขวัญของคนไทยนะ..แตกต่างแต่ไม่แตกแยกอ่ะ เคยได้ยินป่าว..อุอุ ก็ขอให้เติบโตแข็งแรงเป็นเยาวชนที่ดีของเพนกวินต่อไปนะจ๊า..โล้นน้อยยย..จุ๊บ ๆ






ที่มา manageronline

วันเสาร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2554

ข่าวแปลก : รวมของหญ่ายระดับน้อง ๆ สถิติโลก อิอิ

อรุณสวัสดิ์เช้าวันหยุดสุด สุด สัปดาห์จ้าาา..

วันนี้เคลิ้มสมาคมมีข่าวเคลิ้ม ๆ มาเคาะให้ฟังกันอีกแย้ว สัปดาห์นี้เรามาอยู่กันที่ของใหญ่ ๆ กันละกันนะคะ

ข่าวนี้โย้กก..มาจากเดลิเมล์ฮ่ะ เมื่อนักประเมินราคาทรัพย์สินชายวัยเกษียณ ที่ผันตัวเป็นชาวสวนเต็มเวลา สร้างสถิติใหม่ด้วยการปลูกหัวหอมยักษ์ ที่มีน้ำหนักมากที่สุดในโลก พร้อมกับคว้าชัยชนะในงานประกวดพืชผล แฮร์โรเกต ออทัม ฟลาวเวอร์ โชว์ ทางตอนเหนือของเกาะอังกฤษ



     
พ่อเฒ่าปีเตอร์ เกลซบรูก วัย 67 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ใกล้เมืองนิวอาร์ก สามารถสร้างสถิติโลกจากประวัติในการทำสวน 30 ปีของเขา ด้วยผลผลิตหัวหอมยักษ์หนัก 17 ปอนด์ 15 ออนซ์ครึ่ง ซึ่งทำลายสถิติเดิม 16 ปอนด์ 8.7 ออนซ์ ที่ทำไว้โดยจอห์น ซิฟฟอร์ด จากเวสต์มิดแลนด์ตั้งแต่ปี 2005
     
ตามข่าวเค้าบอกว่าชายหนุ่มวัยเกษียณผู้นี้ได้ใช้ความพยายามในการเพาะปลูก เพื่อให้ได้หัวหอมที่หนักที่สุดในโลกมาตลอด 25 ปี แต่ก็พลาดเสมอ จนในที่สุดเขาก็สามารถคว้าชัยชนะมาได้ในงานแฮร์โรเกต ออทัม ฟลาวเวอร์ โชว์ ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 16 กันยายน ที่ผ่านมานี้




เขาบอกว่า "ผมไม่รู้น้ำหนักที่แท้จริงจนพวกเขาวางมันลงบนตราชั่ง แต่ผมคอยวัดขนาดมันทุกวัน ดังนั้นผมถึงมีความหวังมาก"
   
เกลซบรูกเริ่มปลูกหอมยักษ์หัวนี้มาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วฮ่ะ และรอจนกระทั่งเย็นวันพฤหัสบดี ที่ 15 กันยา ถึงค่อยเก็บเกี่ยว เนื่องจากพืชผักอาจเสียน้ำหนัก หากวางทิ้งไว้ข้ามคืน
     
เขาบรรจงห่อหัวหอมเจ้าของสถิติโลกหัวนี้ด้วยผ้าขนหนูอย่างทะนุถนอม เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ช้ำ หรือบุบสลายระหว่างการขนส่ง ก่อนนำขึ้นรถแล้วขับตรงไปยังสถานที่จัดงานในยอร์กเชียร์ตลอดทั้งคืน



   
อดีตนักประเมินราคาทรัพย์สินรายนี้เล่าถึงช่วงเวลาในการบ่มเพาะให้ผลผลิตของเขาครองสถิติโลกได้ว่า "ผมมักถามพวกมันเสมอว่าต้องการน้ำ และอาหารอีกไหม" (555+)

นอกเหนือจากความสำเร็จในการปลูกหัวหอมยักษ์ให้ได้ชัยชนะในครั้งนี้แล้ว ปัจจุบัน เกลซบรูกก็ยังเป็นเจ้าของสถิติมันฝรั่งที่หนักที่สุดในโลก หัวผักกาดที่หนักที่สุดในโลก และหัวบีทรูทที่ยาวที่สุดอีกด้วย เีรียกได้ว่าผลผลิตจากสวนเดียวเลี้ยงชาวบ้านได้ทั้งซอย
     
"ผมรู้สึกภูมิใจมาก ผมจะเอามันกลับบ้าน ดูแลมัน มันมีค่ามากเกินกว่าจะเอามากิน" เขากล่าว โดยเสริมว่า ถ้าเอาเจ้าหอมหัวนี้ไปทำอาหาร คงเพียงพอสำหรับทำฮอตดอกให้คนหลายพันคนทีเดียว

นอกจากพ่อเกลซบรูกเจ้าของหัวหอมยักษ์ใหญ่ระดับคว้าชัยสถิติแล้ว ก็ยังมีพืชผักสวนครัวระดับใหญ่ยักษ์ที่ส่งเข้าประกวดอีกหลายรายการฮ่ะ อาทิเช่น ผักกะหล่ำยักษ์ ของ เดเร็ก นูแมน จากเชฟฟิลด์




และ ฟักขนาดมหึมา ที่พ่อของกระทาชายนายโจ เอเธอร์ตันจากแมนสฟิลด์ปลูกมากับมืออีกด้วย




บ้านเราไม่ยักกะมีเทศกาลแบบนี้มั่งเนอะ ช่วยกันส่งเสริมการเกษตรให้ผลผลิตพัฒนาขึ้น ทั้งในด้านคุณภาพและปริมาณจะได้สมกับเป็นอาหารของครัวโลกได้อย่างที่คุยกันไว้น๋อยนึง..

แล้วพบกับเคลิ้มสมาคมได้ใหม่ในตอนหน้านะค้า




ขอบคุณที่มา manageronline




วันพฤหัสบดีที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2554

ข่าวแปลก : ร็อคสาวเจ้าของสถิติเล็บยาวที่ซู้ดด...ในโลก !!??

.
.
คนเรานี่ช่างอุดมไปด้วยความแปลก แปลก และแตกต่างจริง ๆ ฮ่ะ บางคนก็แปลกแต่น้อย บางคนก็แปลกเอามั่ก ๆ ดูอย่างแม่คุณแม่ทูลหัว นักร้องเพลงร็อคในข่าวที่อิชั้นเอามาฝากนี่เป็นไร ไม่รู้คุณเธอคิดยางง้ายยย....ถึงได้ไว้เล็บยาวเอาสถิติโลกขนาดนั้น

อ่ะมาดูเนื้อข่าวกันนะคะ

คริส วอลตัน หรือ เดอะ ดัทเชสส์ นักร้องเพลงร็อควัย 45 ปีในลาสเวกัส ได้รับการบันทึกลงในกินเนสส์เวิล์ดเร็คคอร์ดส์ เมื่อวันที่ 14 ก.ย.ที่ผ่านมา ว่าเป็นเจ้าของเล็บมือยาวที่สุดในโลก โดยเล็บมือซ้ายของเธอมีความยาวถึง 3.1 เมตร ส่วนเล็บมือขวา ยาว 2.92 เมตร หลังจากไม่เคยตัดเล็บเลย 18 ปี ซึ่งเท่ากับการเลี้ยงเด็กคนหนึ่งจนโตเป็นผู้ใหญ่เลยทีเดียว (แต่น่าหยดหยองมากกว่านะ)


       
วอลตัน กล่าวว่า เธอทำอะไรเองเกือบทุกอย่าง ทำเล็บเอง แต่งหน้า ขับรถ ช้อปปิ้ง ทำความสะอาดบ้าน แต่ที่สร้างปัญหาให้มากที่สุดคือ การหยิบเงินในกระเป๋า กับเวลาใช้เครื่องดูดฝุ่น ที่บางที เล็บก็ดันไปพันกับท่อยางดูดฝุ่นซะนี่ !!
       
"ไม่ได้ตั้งใจไว้เล็บเพื่อจะได้รับการบันทึกเป็นสถิติโลกในกินเนสส์หรอกฮ่ะ แต่วันหนึ่ง อยู่ดีๆ ก็หยุดตัดเล็บซะงั้น อิฮั้นว่ามันก็สวยดีนะฮ้า ก็เลย ปล่อยยาวมาเรื่อย ๆ " เธอให้สัมภาษณ์นักข่าวว่ายังงั้น แถมยังบอกด้วยว่าเคล็บลับในการดูแลเล็บ ไม่ใช่การดื่มนม หรือมุ่งรับประทานอาหารที่ดีต่อเล็บ แต่กลับเป็นขนมหวาน กับความอดทนมากกั่ว.. (อิชั้นว่าอย่างหลังนี่เยอะกว่านะ)
       
เจ้าของสถิติเล็บยาวสุดในโลกคนก่อนคือ ลี เรดมอนด์ จากเมืองซอล์ต เลค ซิตี้  เจ้าของเล็บความยาวรวม 8.53 เมตร แต่เธอสูญเสียเล็บจากอุบัติเหตุรถยนต์ในปี 2552

เอ่อไหน ๆ ก็ไหน ๆ แระ ขอถามสักคำเถอะฮ่ะคุณพี่..แล้วงี้เวลาแคะขรี้เล็บมิใช้เวลาเป็นชั่วโมงเลยเหร๋อคะ..5555555555+






ขอบคุณที่มา http://www.komchadluek.net

วันเสาร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2554

ข่าวฮา : แม้แต่กวางยังเมา

"ไม่เมาเหล้าแล้วเรายังเมารัก สุดจะหักห้ามจิตคิดไฉน ไอ้เมาเหล้าเช้าสายก็หายไป..แต่เมาผลไม้นี้ประจำทุกค่ำคืน"

สวัสดีเช้าวันหยุดสุดสัปดาห์ค่าาา..พบกับเคลิ้มสมาคมและข่าวฮ็อต ๆ ฮา ๆ กันอีกแล้วนะค้า

อ่ะมาดูข่าวควรจะฮาดีมั้ยของต่างประเทศข่าวนี้กันฮ่ะ

สำนักข่าวต่างประเทศ ได้เผยภาพ พี่ตำรวจและนักดับเพลิง ที่กำลังช่วยกวางตัวใหญ่ตัวนึงที่ติดอยู่กับต้นแอปเปิ้ล ในประเทศสวีเดน ออกมาฮ่ะ  ซึ่งสันนิษฐานว่ามันมีอาการมึนเมาจากการกินแอปเปิ้ลเน่าบนต้น (??!!) และพยายามยื่นคอขึ้นไปกินลูกที่อยู่สูงกว่าจึงทำให้ลำตัวติดอยู่ดังภาพ (ติดใจว่างั้นเหอะ)




ทั้งนี้ ชาวบ้านที่อยู่แถวนั้นได้โทรแจ้งให้ตำรวจมาช่วย หลังจากพบมันติดอยู่สักพักโดยไม่มีทีท่าว่าจะช่วยเหลือตัวเองให้หลุดออกมาได้เองอ่ะนะ จากนั้นพนักงานดับเพลิงก็ต้องตัดกิ่งไม้ทิ้ง เพื่อให้ตัวของเจ้ากวางหลุดออกมา และขณะนี้ถูกนำตัวคืนสู่ป่าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

อย่างไรก็ตาม สัตว์อีกหลายชนิดที่กินผลไม้ เช่น ลิง จะเกิดอาหารเมาได้ หากมันกินผลไม้เน่าที่ตกลงกองบนพื้น ซึ่งพอมันทับถมกันจะเกิดแอลกอฮอล์ขึ้นมา เรียกว่างานนี้ถ้าเผลอกินกันมาก ๆ เข้า ก็เมาเละกันทั้งป่าเลยทีเดียว

ข่าวนี้ไม่รู้ควรจะฮาดีมั้ย แต่ก็ดีใจแหละที่งานนี้จบลงด้วยดี น้องกวางได้กลับคืนสู่อ้อมอกของป่าเขาลำเนาไพรตามเดิมแระ คราวหลังจะกินอะไรก็หัดไตร่ตรองซะก่อนนะน้องนะ เมาแต่พอควร อย่าติดใจจนปีนขึ้นไปติดแหง็กแบบนี้อีกล่ะ..เดี๋ยวจะเดือดร้อนพี่ ๆ เค้าต้องไปแซะหนูลงมาอีก ^0^/

แล้วพบกับเคลิ้มสมาคมได้ใหม่ในตอนหน้านะฮ้า





ขอบคุณที่มา mthai.com

วันจันทร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2554

ข่าวแปลก : โครตไอ้เคี่ยม

.
.


อย่าเพิ่งนึกว่าเป็นชื่อหนังใหม่ ค่าย บีจีเอช (มีรึเปล่าฟระค่ายนี้) นะค้า แต่นี่คือ อภิมหาไอ้เคี่ยมตัวเป็น ๆ ที่พี่ ๆ ชาวฟิลิปินโนว์แกจับได้หลังต้องหวาดผวาภัยจากเขี้ยวตัน ๆื ของจระเข้ตัวพ่อมานานหลายเดือน

เว็บไซต์ข่าวเดอะซัน ได้เผยแพร่ภาพ จระเข้ยักษ์ ระดับโครตไอ้เคี่ยม ที่ชาวฟิลิปปินส์จับได้ ซึ่งเมื่อวัดแล้ว ขนาดของมันมีความยาวถึง 21 ฟุต !! เลยทีเดียว



โดยก่อนหน้านี้ชาวบ้านต่างอยู่กันอย่างหวาดผวาฮ่ะ เนื่องจากชาวประมงหลายรายถูกจระเข้ยักษ์ ตัวนี้โจมตีหลายครั้งในละแวกอ่าวของเมืองบูนาวัน อีกทั้งยังมีเสียงร่ำลือกันว่า ชาวประมงรายหนึ่งที่หายตัวไปอย่างลึกลับไปตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าจะกลายเป็นเหยื่อของจระเข้ยักษ์ไปแล้ว

จนกระทั่งชาวบ้านทนอยู่กันอย่างขวัญหนีดีฝ่อไม่ไหวฮ่ะ ก็เลยช่วยกันสร้างกับดักเพื่อจับสัตว์ขนาดใหญ่ตัวนี้ พอจับได้ปุ้บก็ถึงกับเฮกันเลยทีเดียว แต่เนื่องจากมันมีน้ำหนักถึง 1 ตัน  จึงต้องระดมชาวบ้านนับร้อยมาช่วยดึงร่างของมันขึ้นจากที่โล่งของอ่าว แล้วใช้เครนยกขึ้นรถบรรทุกเพื่อนำไปดูแลที่อุทยานแห่งชาติเชิงอนุรักษ์ นับได้ว่าเป็นจระเข้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่ถูกจับตอนเป็นๆ ในประเทศฟิลิปปินส์ 

อย่างไรก็ตาม คอกซ์ อีลอร์เด นายกเทศมนตรีท้องถิ่น เตรียมแผนที่จะจัดการร่างของมัน โดยเปลี่ยนจากภัยคุกคามให้กลายเป็นสิ่งที่มีค่า (อย่างเช่นลูกชิ้นรึ ??)  พร้อมทั้งกล่าวด้วยว่า “ครั้งแรกที่เห็นขนาดอันมหึมาของมันก็แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง”

แหม๊ะ...หนูก็ไม่เชื่อสายตาตัวเองเหมือนกันแหละฮ่ะ..ตัวมันใหญ่ยักษ์จริง ๆ นะ นี่ถ้าหลุดมาแถวบ้านหนู ตอนน้ำกำลังท่วม ๆ แบบนี้ ก็ตัวใครตัวมันแหละนะฮ้าคุณพรี๊..






ขอบคุณที่มา mthai.com

วันพุธที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ข่าวสุขภาพ : ไต้หวันงามไส้ ปลูกถ่ายอวัยวะ HIV ให้คนไข้ถึง 5 ราย

เกิดมาแล้วเปื่อยหนักจนต้องรอความกรุณาจากฟ้าเบื้องบน ส่งอวัยวะสำรองจากผู้มีจิตใจงามที่ได้ทำการบริจาคร่างกายให้กับเพื่อนมนุษย์ ก็เป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัจพอแรงอยู่แล้ว แต่นั่น..คงยังไม่แรว๊งง..เท่าพอถึงเวลาได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะที่จำเป็นต้องซ่อมโดยด่วน ดั๊น..มีอิ่หมอกับโรงพยาบาลสั่ว ๆ ยัดเครื่องเคราชิ้นใหม่ของร่างกายที่มีเชื้อ HIV หรือเชื้อเอดส์ให้อีกซะนี่



ข่าวนี้จะกองหรือไม่กรองก็ไม่รู้ค่ะคุณขา แต่มันข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากแดนไต้หวันโน่นแน่ะ


โดยที่สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า แพทย์จากโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน ในกรุงไทเป ของไต้หวัน ได้นำอวัยวะ จากผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวี (เชื้อเอดส์) ซึ่งได้รับการบริจาค ปลูกถ่ายให้ผู้ป่วยถึง 5 รายด้วยกัน !!!!!..

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล ได้ออกแถลงการณ์ขอโทษสำหรับความผิดพลาดที่เกิดขึ้นและบอกว่าขณะนี้ผู้ป่วยที่ได้รับอวัยวะของผู้ติดเชื้อ กำลังได้รับยาต้านเชื้อเอชไอวีแล้ว (พี่คะ อันนั้นมันอวัยวะที่ปลูกถ่ายจากน้องเอชนะ ได้รับยาต้านเชื้อแล้ว เชื้อมันจะหายเหรอคะ) และได้โพสข้อความชี้แจงผ่านเว็บไซต์ของโรงพยาบาล เมื่อสุดสัปดาห์ว่า ความผิดพลาดเกิดจาก เจ้าหน้าที่ทั้งสองสื่อสารกันผ่านโทรศัพท์ จากคำว่า “มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อเชื้อเอชไอวี” เป็นคำว่า “ไม่มีปฏิกิริยา” โดยไม่มีการตรวจสอบรายละเอียดจากแหล่งอื่นซ้ำอีกรอบตามที่ขั้นตอนกำหนด (ตรูอยากจะบร้า)

ทั้งนี้ ผู้บริจาคอวัยวะเป็นชายวัย 37 ปี ในเมืองซินฉู่ ฮ่ะ เขาได้ล้มป่วยถึงขั้นโคม่าเมื่อวันที่ 24 ส.ค. โดยหัวใจ ตับ ปอด และไตสองข้าง ของเขาได้รับการปลูกถ่ายให้ผู้ป่วย 4 รายของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวันและผู้ป่วยอีก 1 ราย จากโรงพยาบาลอื่น โดยที่ครอบครัวของผู้บริจาค ไม่รู้ว่าเขาติดเชื้อเอชไอวี (เชื้อเอดส์) ซึ่งขณะนี้แพทย์และพยาบาลที่ร่วมทำการปลูกถ่ายอวัยวะเริ่มแสดงความกังวลว่าพวกเขาอาจมีความเสี่ยงติดเชื้อเอชไอวีด้วยก็เป็นได้ (กรรม)

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จากกระทรวงสาธารณสุขกำลังจะเข้าตรวจสอบเรื่องนี้และจะตัดสินใจว่าจะดำเนินมาตรการลงโทษต่อโรงพยาบาลอย่างไร ขณะที่สื่อท้องถิ่นรายงานว่า เจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และถูกตัดสินว่ามีความผิด อาจต้องรับโทษจำคุกสูงถึง 10 ปีและทางโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน อาจต้องถูกสั่งห้ามทำการผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะนาน 1 ปี (แค่เนี้ยะ..)

อ่านข่าวข้างบนแล้วอิฮั้นก็สงสัยจังเลยฮ่ะ ว่าอิ่ตอนที่ผู้บริจาคเสียชีวิต ไม่ได้มีการตรวจสอบหาสาเหตุการเสียชีวิตกันก่อนหรือค้า ว่าเสียชีวิตจากสาเหตุอันใด อยู่ดี ๆ พอเค้าตายก็ไปจกร่างเค้ามาทำการผ่าเอานู่นนี่นั่นโน่นไปปลูกถ่ายให้คนอื่นเลยเนี่ยนะ มันง้ายยยย...ไปรึเปล่าฟระคะ..ก็หวังว่าเมืองไทยเราคงไม่มีเหตุการณ์แบบนี้นะ สงสารทั้งคนให้และคนรับอ่ะ ไหนจะญาติพี่น้องของผู้ได้รับการบริจาคที่ได้รับผลกระทบอีก งานนี้ต้องโทษความชุ่ยของ ผู้รับผิดชอบสถานเดียวเลยฮ่ะ ไม่ต้องไปโทษให้เป็นความผิดของคนอื่นดอก..ก็หวังว่าผู้ได้รับการปลูกถ่ายทั้่งหมดคงได้รับยาต้านและไม่มีผลอะไรต่อสุขภาพของตัวเองล่ะนะค้า

แล้วพบกันใหม่กับเคลิ้มสมาคมในตอนหน้าค่า



ที่มา mthai.com



ข่าวแปลก : จับร้านขายกงเต๊กละเมิดลิขสิทธิ์สินค้าแบนด์ดัง ??!!



อุ๊ยตายว้ายกรี๊ดดด...ข่าวนี้ทำเอาอิฮั้นถึงกับต้องวิ่งไปกุมกระเป๋าหลุยส์ติงต๊องของตัวเองเป็นการปลุกปลอบสติสัมปชัญญะและหิริโอตัปปะ (เกี่ยวรึ ??!!) ของตัวเองในบัดดลฮ่ะุ

คิดดูสิค้า คนที่เค้ามีเบี้ยน้อยหอยน้อย อยากใช้กระเป๋าหลุยส์ สก๊อต หรือ ไอ้แป๊ดของลุงติ๊ป ก็มีถมไป แถมบ้านเราก็เสรี้ เสรี ไม่เห็นจะมีใครจับ (ตราบใดที่ปลอมได้เนียนและมีทริคในการดัดแปลงโลโก้เล็ก ๆ น้อย ๆ อ่ะนะ) แต่ที่เมืองนอกไม่ด๊าย..ไม่ได้...นะคะคุณขา ขืนไปทำทะเล่อทะล่า เลียนแบบของแบนด์ดัง ๆ เข้า ก็มีสิทธิ์ติดคุกกันหัวโตเลยทีเดียว

อ่ะ..มาดูข่าวนี้บ้างเป็นไร

30 ส.ค.54 ที่ผ่านมาสด ๆ ร้อน ๆ นี่เอง หนังสือพิมพ์นิวยอร์ก ไทมส์ ได้รายงานว่า เมื่อวันอังคารที่ 23 ส.ค.ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจในกรุงนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา ได้บุกเข้าตรวจค้นและจับกุมพนักงานร้านขายของกงเต๊งแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่บนถนนมัลเบอร์รี กลางเกาะแมนฮัตตัน

โดยทางเจ้าหน้าที่ได้อ้างว่า ร้านดังกล่าวได้จำหน่ายสินค้าปลอมแปลงและละเมิดลิขสิทธิ์สินค้ายี่ห้อดังฮ่ะ ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าหรู หลุยส์ วิคตอง โทรศัพท์มือถือ ไอแพต และรถยนต์ชื่อดัง  แม้ว่าทั้งหมดจะเป็นแค่กระดาษ เพื่อเผาส่งให้บรรพบุรุษผู้ล่วงลับตามประเพณีของคนจีนก็ตามที (อุแม่เจ้า)




ด้านญาติของผู้ต้องหารายหนึ่งเผยว่า “เราไม่คิดว่าการขายของอย่างนี้จะผิดกฎหมายของอเมริกา เพราะของในพิธีกงเต๊กที่เผาไปให้กับผู้ตายเป็นเพียงกระดาษเท่านั้น” (เออสิวะ เอ๊ย..คะ..มันก็แค่กระดาษอ่ะ หาได้เอาไปใช้งานจริงได้ไม่ แล้วเอร็งจะจับทำพระแสงของ้าวอันใดเนี่ย)

ขณะที่โฆษกตำรวจนิวยอร์กไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมากนัก (อาจจะไปจับตอนพี่แกเมาค้างอยู่ก็ด่ะ) มีเพียงข้อความที่ระบุในบันทึกการจับกุมเท่านั้นเอง อย่างไรก็ดีในวันเดียวกัน นอกจากจะจับกุมร้านขายของที่ใช้ในพิธีกงเต๊กแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้จับกุมผู้ตั้งแผงขายกระเป๋าแบรนด์เนมปลอมอื่นๆ ในย่านไชน่าทาวน์ด้วย (หรือแกจับกระเป๋ากงเต๊กหลุยส์ เป็นของแถม)

ตามข่าวเค้าไม่ได้บอกว่าจะโดนข้อหาร้ายแรงเพียงไรนะค้า แต่แหม..พี่คะ ก็แค่กระเป๋าที่เค้าใช้กระดาษทำอ่ะ พี่เอาเวลาไปวิ่งจับบ่อนจับหวยเถื่อนดีฝ่ามั้ยค้า ปล่อยชาวบ้านร้านช่องที่เค้าทำมาหากินสุจริตได้มีช่องทางทำกินมั่งเห้อออ...เห็นแล้วก็เปลี้ยจิตเหลือกำลังลากฮ่ะ

แล้วพบกันใหม่ในเคลิ้มสมาคมเวอร์ชั่นไม่เพลียจิตนะฮ้า


ลงชื่อ นายกสมาคมเคลิ้มแห่งประเทศไทย
ขอบคุณข้อมูลจาก mthai.com


วันอาทิตย์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ข่าวแปลก : รถแปลก อะราวด์ เดอะ เวิลด์..อุอุ (strange car)


สวัสดียามสาย ๆ ของเ้ช้าวันทำงานนะค้า

วันนี้เคลิ้มสมาคมขอนำเสนอ สุดยอดรถแปลก ไอเดียเจ๋ง(รึเปล่า ??) สารพัดรูปแบบ อะราวด์ เดอะ เวิลด์ ฮ่ะ มาดูกันนะฮ้า ว่ารถแปลก ๆ แหวกแนว ทั่วโลก เค้าหน้าตาเป็นไงกันมั่ง

เริ่มด้วยคันแรกกันก่อนเลยค่าาา...


































ภาพประกอบจาก อินเตอร์เน็ต