วันอังคารที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ข่าวสุขภาพ : แค่กอดอก ก็ลดความเจ็บปวด ??!!

ใครจะเชื่อว่าแค่ "กอดอก" ก็ลดความเจ็บปวดได้ ??!!

เอ๊า..จริง จริ๊งงง..ไม่เชื่อมาฟังข่าวนี้กันดูเฮ่าะ

นักวิจัยเชื่อว่า สมองสัมพันธ์กับร่างกาย เพียงแค่ 'กอดอก' ที่กลางลำตัว ก็สามารถลดความเจ็บปวดลงได้ เพราะทำให้สมองสับสนกับการรับรู้ข้อมูลด้านซ้ายกับด้านขวา




นี่คือการค้นพบของนักวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยลอนดอน ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารเพน อ่ะนะคะ พวกเค้าระบุว่า เหตุผลของการลดความเจ็บปวดได้ดังกล่าวก็คือ ข้อมูลสมองได้รับมันจะขัดแย้งกันเองระหว่างพื้นที่สมอง 2 ส่วน ส่วนแรกเกี่ยวกับร่างกาย อีกส่วนคือพื้นที่ภายนอก

จิอันโดเมนิโก เอียนเนตตี จากคณะสรีรศาสตร์ เภสัชวิทยาและประสาทวิทยา ผู้นำวิจัย กล่าวว่า ในชีวิตประจำวัน คนส่วนใหญ่ใช้มือซ้ายจับสิ่งของที่อยู่ฝั่งซ้าย และใช้มือขวาจับสิ่งของที่อยู่ด้านขวา ซึ่งหมายความว่า สมองส่วนที่ดูแลร่างกายด้านขวา และดูแลพื้นที่ภายนอกด้านขวา จะทำงานร่วมกัน ซึ่งนำไปสู่กระบวนการด้านความเจ็บปวดที่มีประสิทธิภาพมาก

"เมื่อคุณกอดอก สมองสองส่วนนี้จะสับสน เพราะไม่ได้ทำงานสัมพันธ์กันอีกต่อไป ทำให้ความเจ็บปวดบรรเทาลง"

จากการศึกษา นักวิทยาศาสตร์ใช้เลเซอร์ต่างเข็มเล่มเล็ก ส่องลงไปที่มือของอาสาสมัคร ที่ความเร็ว 1 ใน 4 มิลลิวินาที โดยไม่ต้องสัมผัส จากนั้นทดลองทำเมื่ออาสาสมัครกอดอก แล้วให้เปรียบเทียบความเจ็บปวดด้วยการให้คะแนน รวมถึงใช้เครื่อง EEG สวมศีรษะอ่านคลื่นไฟฟ้าจากสมอง

ผลปรากฏว่า ทั้งรายงานจากอาสาสมัครโดยตรงและจากเครื่องวัด EEG ชี้ว่า การรับรู้ความเจ็บปวดลดลงเมื่อกอดอกฮ่ะ

"เมื่อเราเจ็บปวด เราไม่ควรจะเอามือไปถูมัน อาจจะดีกว่าถ้ากอดอกเสียเลย" นักวิจัยกล่าวและว่า หวังว่าการค้นพบนี้จะนำไปสู่การพัฒนายาหรือวิธีการรักษาความเจ็บปวดแบบใหม่
งั้นก็ลองให้คนไข้กอดอก อิ่ตอนโดนผ่าไส้ติ่งดูมะ เผื่อจะเวิร์คอ่ะค่ะคุณพี่...5555+



วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ข่าวแปลก : ว่าที่เจ้าของสถิติ...อกใหญ่ภูเขาไฟระเบิด มาแล้วค้า...

ใครที่กำลังคิดอยากจะทำลายสถิติกินเนสบุ้คในฐานะ สาวเจ้าของไซส์ อกหญ่ายภูเขาไฟระเบิด เห็นทีจะต้องผ่านด่านแม่สาวทรงโตรายนี้ไปก่อนล่ะค้า...

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคมที่ผ่านมา สำนักข่าวเดลิเมล รายงานเรื่องแปลกของหญิงสาวผู้หนึ่ง ซึ่งมีหน้าอกขนาด XXXXL เอ๊ย 164XXX โดยเธออ้างว่ามีหน้าอกที่ใหญ่ที่สุดในโลกเลยทีเดียว





สำหรับหญิงสาวเจ้าของอกตู้ม ๆ ผู้นี้ คือ เชลซี ชามส์ ซึ่งมีอาชีพเป็นแดนเซอร์และดาราหนังโป๊วัย 35 ปี เฮ่าะ

ทั้งนี้ เชลซี ชามส์ ได้เปิดเผยว่า การที่เธอมีหน้าอกบิ๊กไซส์ขนาดนี้ เนื่องจากเธอได้ทำศัลยกรรมขยายหน้าอกด้วยวิธีที่เรียกว่า การปลูกถ่ายหน้าอกด้วยพอลิโพรไพลีน (Polypropylene String Breast imprints) หรือแบบยืดหยุ่นขยายตัวได้ ซึ่งปัจจุบันการผ่าตัดเสริมหน้าอกเช่นนี้ถูกสั่งห้ามแล้ว แต่หลังจากนั้นหน้าอกของเธอขยายขึ้นเรื่อย ๆ 1 นิ้วต่อเดือน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าแปลกมาก เนื่องจากผู้หญิงที่ทำศัลยกรรมเช่นนี้ หน้าอกไม่ได้ขยายเพิ่มอย่างที่เธอเป็น

          แม้ว่าด้วยขนาดของหน้าอกจะเป็นประโยชน์ต่ออาชีพของเธอมาก แต่เธอก็ประสบปัญหาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการรับประทานอาหาร การนอนซึ่งต้องนอนหงายเท่านั้น และเธอไม่สามารถเข้าห้องน้ำบนเครื่องบินได้ (นอกซะจากถอดน่มหน๊มฝาก ตม.ไว้) นอกจากนี้ เธอยังต้องคอยออกกำลังกายเพื่อกระชับหน้าอกเธอเป็นประจำอีกด้วย ซึ่งเธอรู้สึกว่าเต้านมแต่ละข้างมีน้ำหนักเท่ากับลูกแตงโมเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม เชลซี ชามส์ กล่าวด้วยว่า เธอไม่อาจมีหน้าอกแบบนี้ได้ตลอดไป และจะต้องผ่าตัดลดขนาดในที่สุด

สำหรับสถิติโลก "ผู้หญิงที่มีขนาดหน้าอกใหญ่ที่สุดในโลก" จากกินเนสส์บุ๊ค เป็นของ เม็กซี่ มาวนด์ส โดยในขณะนี้เชลซี ชามส์ กำลังรอทำลายสถิติเดิมนั้นอยู่ ก่อนที่เธอจะทำการผ่าตัดลดขนาดหน้าอกของเธอ

อ่านข่าวแล้วทำไมรู้สึกว่าตัวเองโชคดีก็ไม่รู้แฮะ ที่มีอะไรต่อมิอะไรเล็ก...เล้กก..เท่าที่แม่ให้มา อย่างน้อย อิชั้นก็ไม่ต้องออกแรงฝืนแรงโน้มถ่วงเวลาเดินไปข้างหน้าล่ะน่ะ 5555+ เอิ๊กกกซ์....






วันอังคารที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ข่าววิทยาศาสตร์ : โครงการคืนชีพ ช้างแมมมอธ

       ที่โตเกียว 17 ม.ค. 2554 - นักวิจัยชาวญี่ปุ่นจะเริ่มโครงการฟื้นคืนชีพช้างแมมมอธ ซึ่งสูญพันธุ์ไปนานแล้ว ด้วยเทคโนโลยีการโคลนนิ่ง โดยจะเริ่มโครงการในปีนี้และใช้เวลา 5 ปี จึงจะมีช้างแมมมอธตัวแรกปรากฏตัวบนโลกเบี้ยว ๆ ใบนี้อีกครั้งอ่ะนะคะ

        ทีมนักวิจัยได้เชิญผู้เชี่ยวชาญแมมมอธจากรัสเซีย และผู้เชี่ยวชาญช้างจากสหรัฐ เข้าร่วมโครงการ ซึ่งล่าสุดได้ใช้เทคนิคการสกัดดีเอ็นเอออกจากเซลล์แช่แข็ง แม้โครงการนี้ได้ยกเลิกไปแล้วครั้งหนึ่งเพราะนิวเคลียร์ในเซลล์ผิวหนังและ กล้ามเนื้อของแมมมอธได้รับความเสียหายจากผลึกน้ำแข็ง แต่ความหวังกลับมาอีกครั้งหนึ่งเมื่อ เทรุฮิโกะ วากายามะ นักวิจัยจากศูนย์พัฒนาด้านชีววิทยาริเค็น ประสบความสำเร็จในการ “โคลน” หนูจากเซลล์ที่แช่แข็งไว้นานถึง 16 ปี ทีมของ อิราทานิ จึงนำเทคนิคของ วากายามะ มาปรับปรุง จนได้วิธีการดึงนิวเคลียสจากไข่ช้างแมมมอธ โดยที่เซลล์ไม่ถูกทำลาย

       “หากเราโคลนเอ็มบริโอได้สำเร็จ ก่อนที่จะใส่มันเข้าไปในมดลูกของช้างปกติ เราคงต้องหารือกันก่อนว่า จะขยายพันธุ์ช้างแมมมอธต่อไปอย่างไร และจะเปิดเผยต่อสาธารณชนหรือไม่” อิราทานิ กล่าว

       “หลังจากที่ลูกช้างเกิดมา เราจะต้องศึกษาเรื่องยีนและระบบนิเวศที่มันอาศัยอยู่ เพื่อให้ทราบสาเหตุที่พวกมันสูญพันธุ์ รวมไปถึงปัจจัยอื่นๆ”





       หนังสือพิมพ์โยมิอูริรายงานว่า นักวิจัยจะเริ่มโครงการฟื้นคืนชีพช้างแมมมอธ โดยจะนำเนื้อเยื่อมาจากซากของแมมมอธที่รักษาไว้ในห้องวิจัยของรัสเซีย นายอากิระ อิริตานิ หัวหน้าคณะนักวิจัยและศาสตราจารย์กิตติคุณของมหาวิทยาลัยเกียวโต กล่าวว่า ได้เตรียมการโครงการนี้แล้ว ทั้งนี้ ตามโครงการจะนำนิวเคลียสที่ได้จากเซลล์ของแมมมอธใส่เข้าไปในเซลล์ไข่ของช้าง ซึ่งนำนิวเคลียสออกแล้ว เพื่อสร้างตัวอ่อนที่ประกอบด้วยยีนของช้างแมมมอธ




       ตัวอ่อนดังกล่าวจะถูกฉีดเข้าไปในมดลูกของแม่ช้างฮ่ะ ด้วยความหวังว่าในที่สุดแม่ช้างจะให้กำเนิดลูกแมมมอธ ซึ่งนักวิจัยตั้งเป้าหมายว่าจะประสบความสำเร็จภายใน 5-6 ปี






       สำหรับ ช้างแมมมอธ (Mammuthus armeniacus)" นั้นได้อาศัยอยู่บนโลกมาตั้งแต่ 4.8 ล้านปีก่อน และสูญพันธุ์ไปเมื่อ 13,000-60,000 ปีที่แล้ว ช้างแมมมอธเคยอาศัยอยู่แถบอเมริกาเหนือและยูเรเซีย แต่ละตัว มีน้ำหนักราว 6-8 ตัน แต่ถ้าเป็นตัวผู้ตัวใหญ่ๆ อาจหนักถึง 12 ตัน เลยทีเดียว ซากช้างแมมมอธร้อยละ 80 ถูกขุดพบในสาธารณรัฐซาฮาทางตะวันออกของไซบีเรีย โดยซากที่มีสภาพดีที่สุดยังคงหลงเหลือเส้นขนและอวัยวะภายใน

       นับวัน มนุษย์ก็ยิ่งทำตัวละม้ายคล้ายพระเจ้าขึ้นทุกที ก็หวังว่า คืนชีพช้างแมมมอธตัวเบ้งขึ้นมาแล้ว จะหาที่อยู่เหมาะ ๆ ให้มันได้ก็ละกันนะค้า


ขอบคุณที่มา :  สำนักข่าวไทย
และ http://www.junjaowka.com/webboard/showthread.php?p=389112