วันจันทร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2554

ข่าวแปลก : โครตไอ้เคี่ยม

.
.


อย่าเพิ่งนึกว่าเป็นชื่อหนังใหม่ ค่าย บีจีเอช (มีรึเปล่าฟระค่ายนี้) นะค้า แต่นี่คือ อภิมหาไอ้เคี่ยมตัวเป็น ๆ ที่พี่ ๆ ชาวฟิลิปินโนว์แกจับได้หลังต้องหวาดผวาภัยจากเขี้ยวตัน ๆื ของจระเข้ตัวพ่อมานานหลายเดือน

เว็บไซต์ข่าวเดอะซัน ได้เผยแพร่ภาพ จระเข้ยักษ์ ระดับโครตไอ้เคี่ยม ที่ชาวฟิลิปปินส์จับได้ ซึ่งเมื่อวัดแล้ว ขนาดของมันมีความยาวถึง 21 ฟุต !! เลยทีเดียว



โดยก่อนหน้านี้ชาวบ้านต่างอยู่กันอย่างหวาดผวาฮ่ะ เนื่องจากชาวประมงหลายรายถูกจระเข้ยักษ์ ตัวนี้โจมตีหลายครั้งในละแวกอ่าวของเมืองบูนาวัน อีกทั้งยังมีเสียงร่ำลือกันว่า ชาวประมงรายหนึ่งที่หายตัวไปอย่างลึกลับไปตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าจะกลายเป็นเหยื่อของจระเข้ยักษ์ไปแล้ว

จนกระทั่งชาวบ้านทนอยู่กันอย่างขวัญหนีดีฝ่อไม่ไหวฮ่ะ ก็เลยช่วยกันสร้างกับดักเพื่อจับสัตว์ขนาดใหญ่ตัวนี้ พอจับได้ปุ้บก็ถึงกับเฮกันเลยทีเดียว แต่เนื่องจากมันมีน้ำหนักถึง 1 ตัน  จึงต้องระดมชาวบ้านนับร้อยมาช่วยดึงร่างของมันขึ้นจากที่โล่งของอ่าว แล้วใช้เครนยกขึ้นรถบรรทุกเพื่อนำไปดูแลที่อุทยานแห่งชาติเชิงอนุรักษ์ นับได้ว่าเป็นจระเข้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่ถูกจับตอนเป็นๆ ในประเทศฟิลิปปินส์ 

อย่างไรก็ตาม คอกซ์ อีลอร์เด นายกเทศมนตรีท้องถิ่น เตรียมแผนที่จะจัดการร่างของมัน โดยเปลี่ยนจากภัยคุกคามให้กลายเป็นสิ่งที่มีค่า (อย่างเช่นลูกชิ้นรึ ??)  พร้อมทั้งกล่าวด้วยว่า “ครั้งแรกที่เห็นขนาดอันมหึมาของมันก็แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง”

แหม๊ะ...หนูก็ไม่เชื่อสายตาตัวเองเหมือนกันแหละฮ่ะ..ตัวมันใหญ่ยักษ์จริง ๆ นะ นี่ถ้าหลุดมาแถวบ้านหนู ตอนน้ำกำลังท่วม ๆ แบบนี้ ก็ตัวใครตัวมันแหละนะฮ้าคุณพรี๊..






ขอบคุณที่มา mthai.com

วันเสาร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2554

ข่าวฮา : ยังงี้ก็มีด้วย



สวัสดีเช้าวันหยุดนะค้าทุกโคนนน...วันนี้เคลิ้มสมาคม มากับข่าวเคลิ้ม ๆ ของแท้อีกตามเคยฮ่ะ 


สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า คู่รักชาวจีนรายหนึ่ง ดั๊นนน...ตกลงปลงใจไปมีเซ็กส์กันในรถ จนเกิดอุบัติเหตุรอดตายหวุดหวิด หลังจากที่ฝ่ายชายซึ่งนั่งอยู่ในฝั่งคนขับเกิดอารมณ์อุมบ่ะ ๆ ขึ้นมาเต็มขั้น แล้วเผลอเหยียบคันเร่งถอยหลัง จนครึ่งหนึ่งของรถพุ่งชนกำแพงลานจอดรถบนอาคารออกมา แล้วแขวนต่องแต่ง จะตกมิตกแหล่อยู่อย่างนั้น โชคยังดีที่มีพลเมืองดีตะโกนเรียกเขาไว้ได้ทันก่อน




ตามข่าวเค้าบอกว่า คู่รักไม่ประสงค์จะออกนาม (และไม่ประสงค์จะออกเงินค่าโรงแรม) ในเมืองฉางชา มณฑลหูหนาน ทางตอนใต้ของประเทศจีนคู่นี้ ได้ขับรถไปยังดาดฟ้าซึ่งเป็นลานจอดรถของตึกสูง 60 ฟุต แห่งหนึ่งฮ่ะ หลังจากที่มั่นใจว่าจอดรถได้ตำแหน่งที่ปลอดภัยแล้ว (ปลอดภัยจาก ??!!) ทั้งคู่ก็เริ่มแสดงความรัก โจ๊ะพรึม ๆ กัน โดยไม่ยอมดับเครื่องแถมเปิดแอร์ทิ้งไว้อีกตังหาก (ไม่ช่วยลดโลกร้อนกันเลยนะ) แต่ด้วยอารมณ์รักอันเร่าร้อนรึไงก็ไม่รู้ ทำให้นายโจว  หู แกเผลอไปเหยียบเกียร์คันเร่งขณะที่รถอยู่ในเกียร์ถอยหลังเข้าให้ (อุแม่เจ้า....) รถก็เลยพุ่งพรวด ถอยไปชนขอบลานจอดรถแตกดังโพล๊ะใหญ่ โชคดีที่มีคนที่เดินผ่านมาเห็นตะโกนขึ้นซะก่อน เฮียแกก็เลยเหยียบเบรคทัน แต่รถก็จอดแขวนค้างเติ่งให้ใจคออาเฮียกับอาหมวยตกไปอยู่ที่ตาตุ่มเล่นอยู่อย่างนั้น ก่อนที่ผู้คนในบริเวณนั้นจะช่วยดึงทั้งคู่ออกมาจากรถอย่างปลอดภัยในเวลาต่อมา




ตามข่าวเค้าก็ไม่ได้บอกอ่ะนะฮ้า ว่าคู่รักที่กำลังเถิดเทิงอยู่นั่น คว้าเสื้อผ้าออกจากรถมาได้ครบชิ้นรึเปล่า แต่วันหลังหัดใช้บริการลานจอดรถให้ถูกวัตถุประสงค์เค้าหน่อยก็ดีนะคะเฮียขรา แหม๊ะ.....เกือบได้ขึ้นสวรรค์ชั้น 7 จริง ๆ ซะแระนะคะคุณพรี๊......กรั่ก ๆ ๆ ๆ



ข่าวจาก mthai.com


วันศุกร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2554

ข่าวปลื้ม ๆ : จีนยกย่องข้าวหอมมะลิไทย ดีที่ซู้ดดในสามโลก

คราวที่แล้ว เคลิ้มสมาคม เอาข่าวไม่ค่อยจะเคลิ้มมาฝากกันไปน๋อยนึงแล้วนะคะ มาถึงข่าวที่ทำให้คนไทยต้องทั้งเคลิ้มมม..ทั้งปลื้มปริ่มกันมั่งดีฝ่าฮ่ะ


โดยข่าวนี้ ได้รับการเปิดเผย เมื่อวันที่ 2 ก.ย. 54 นี้นี่เอง นายนิวัติ สุธีมีชัยกุล รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ออกมาเปิดเผยหลังหนังสือพิมพ์ guide to delicacy ของจีนได้ยกให้ ข้าวหอมมะลิ ของไทยมีคุณภาพมากที่สุด (ในสามโลก) ภายหลังหนังสือพิมพ์ฉบับดังกล่าวได้ทำการประกวดข้าวหอมมะลิ 5 ยี่ห้อที่ขึ้นชื่อที่สุดจากห้างสรรพสินค้า ในเมืองกวางโจว




ตามข่าวเค้าบอกว่า ข้าวหอมมะลิไทย ยี่ห้อ อ.ต.ก. (ย่อมาจาก อร่อยเต็มกระสอบ กรั่ก ๆ ๆ) มีคุณภาพดีที่สุด รองลงมาคือ ข้าวหอมมะลิยี่ห้อ Koko มหารงค์หอม ช้างทอง และเบญจรงค์ตามลำดับ ซึ่งจากการวัดคุณภาพดังกล่าวจะมีวิธีพิสูจน์จากการสังเกตเมล็ดข้าวด้วยแสงธรรมชาติ สี ความเงางาม และดมกลิ่นรวมถึงการรับประทานจากผู้เชี่ยวชาญด้านการทำอาหารด้านการตกแต่งอาหารและด้านอาหารของประเทศจีน



ข้าวหอมมะลิ

นอกจากนี้ในบทวิจารณ์ยังได้ชม ว่า ข้าวหอมมะลิไทยแท้ จะสามารถรู้สึกถึงรสหวาน โดยความหวานและกลิ่นหอมจะยังคงอยู่แม้จะกลืนข้าวไปแล้วก็ตาม (เทพมั่ก ๆ) ซึ่งข้าวหอมมะลิไทยแท้ ๆ ที่นำเข้า จะมีความชื้นต่ำทำให้ระยะเวลาการรักษาคุณภาพยาวนานถึง 2 ปีเลยทีเดียว

สำหรับข้าวหอมมะลิของไทยนั้นปัจจุบันเป็นที่นิยมของชาวจีนเป็นจำนวนมากฮ่ะ โดยเฉพาะคนที่อาศัยอยู่ในเมืองกวางตุ้งฝูเจี้ยน บางพื้นที่ของเจ้อเจียง และ เจียงซู อ่ะนะคะ

โหย..ฟังข่าวนี้แล้ว รู้สึกซาบซึ้งรัดรึงใจเป็นอันมากเฮ่าะ..ว่าแต่ว่าไหน ๆ เราก็ได้รับยาหอมโปรยมาแล้วว่าข้าวหอมมะลิไทยอ่ะ อร่อยที่สุด หอมที่สุด เป็นหนึ่งไม่เป็นสองรองใคร พี่ ๆ ที่อยู่ในวงการค้าข้าว ก็กรุณาซื่อตรงต่ออาชีพและรักษาคุณภาพของข้าวไทยไว้ด้วยนะค้า อย่าปลอมปนชนิดของข้าวไปให้เค้าลดอันดับความน่าเชื่อถือและความอร่อยล่ะ สมัยนี้ยิ่งมีข้าวหอมจากสารพัดประเทศอยากจะตีตลาดข้าวโลกบ้านเราอยู่

ขอซูฮกข้าวหอมมะลิไทย ด้วยการดื่มน้ำยอดข้าวสักหลาย ๆ จอก..(เกี่ยวรึ ??!!) อุอุ

แล้วพบกับน้องเคลิ้มได้ใหม่ในครั้งหน้านะคะ

ขอบคุณเพื่อน ๆ ที่แวะมาเคลิ้มมมม..ด้วยกันค่ะ...


นายกสมาคมเคลิ้มฯ
รายงาน
ขอบคุณที่มาข้อมูล mthai.com